UFABETWINS จอห์นนี่ กรีฟส์ : นักมวยพันธุ์ประหลาดที่ขึ้นชกเพื่อเป็นผู้แพ้…อย่างมีความสุข

“สวัสดีครับ ผม จอห์นนี่ กรีฟส์ นักมวยรุ่นเวลเตอร์เวต ผมต่อย 100 ครั้ง ชนะ 4 และแพ้ 96” นี่คือสิ่งที่เขาแนะนำตัว

และจากนั้นทีมงานทุกคนที่กำลังจะทำสารคดีเกี่ยวกับนักมวยในอังกฤษ ถึงกับหยุดค้างและมองหน้าเขาเพื่อทวนประโยคดังกล่าวอีกสักครั้งว่ามันไม่ได้เป็นการล้อเล่น เขายิ้มแล้วบอกว่า “ใช่ ผมแพ้ 96 ครั้ง แล้วก็ไม่เคยคาดหวังว่าจะเป็นผู้ชนะด้วย” … ประโยคสุดอิมแพ็คต์หลุดออกมา

จากนั้นซีรี่ส์ติดตามชีวิตของเขาในชื่อ Cornered ก็เริ่มขึ้นด้วยการพยายามไขคำตอบว่า นักมวยคนหนึ่งที่แพ้เกือบ 100 ไฟต์ และยังมีความสุขดีที่เป็นเช่นนั้น คิดอะไรอยู่กันแน่ และมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำเช่นนั้น? เชิญพบกับ “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” แห่งแดนผู้ดี นักชกยอดแย่แห่งเกาะอังกฤษ

ที่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ที่นี่ เบื่อจังเว้ย! ย้อนกลับไปนานพอสมควร ก่อนที่ จอห์นนี่ กรีฟส์ จะกลายเป็นกระสอบทรายเคลื่อนที่เช่นนี้ เขาเองก็เคยเป็นเด็กหนุ่มที่มีฝัน เป็นคนรักงานศิลปะ และยังถือได้ว่าเป็นลูกผู้ชายพันธุ์ติสท์คนหนึ่งเลยทีเดียวเขาโตมากับครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวในย่าน

ลอนดอนตะวันออก ซึ่งไม่ได้มีข้อมูลว่าทางบ้านของเขามีสถานะอย่างไร แต่ที่แน่ๆ จอห์นนี่ โตมาพร้อมกับการศึกษาตามแบบฉบับเด็กอังกฤษทั่วไป ได้เรียนในมหาวิทยาลัย และจบออกมีงานทำพอเลี้ยงตัวเองได้อยู่หลายปีด้วยการเป็นจิตรกรและนักออกแบบ เส้นทางชีวิตการทำงานของเขา

ก็เหมือนกับคนวัย 20 ปลายๆ ที่ไม่มีภาระติดตัวทั่วไป จอห์นนี่ จึงออกแนวใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงาน เลิกงาน ปาร์ตี้ เข้านอน แล้วก็ตื่นเช้ามาทำงานใหม่วนเวียนไปแบบนี้ ชีวิตของเขาในเวลานั้นไม่เข้าใกล้กับคำว่าเป็นนักมวยเลยแม้แต่น้อย เขาให้สัมภาษณ์กับ เดลี่ เทเลกราฟ ว่า ณ ช่วงวัยรุ่นเขาจัด

ว่าเป็นคนติดปาร์ตี้ขนาดหนัก ดื่มเหล้าทุกวัน สูบบุหรี่วันละอย่างน้อย 20 มวน เขาทำแบบนั้นซ้ำๆ มาเป็นเวลาถึง 6 ปี จนวันหนึ่งเกิดมีภรรยาและลูกขึ้นมา ภาระตรงนั้นเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่ที่เขาไม่เคยรู้สึกว่าจะส่งผลอย่างมากกับชีวิตของเขา สิ่งที่เขาเคยทำและเพียงพอกับการเลี้ยงดูตัวเอง

UFABETWINS

กลับกลายเป็นความขาดแคลนในวันที่มีครอบครัว เขาสู้กับการทำงานแบบชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่พักใหญ่ และสุดท้ายการไปจนสุดทางก็ทำให้เขาเกิดเบื่อขึ้นมา วันหนึ่ง ระหว่างที่เขาขับรถยนต์กลับบ้าน เขามองไปที่โรงยิมฝึกชกมวยซึ่งอยู่หัวมุมถนน แล้วเขาคิดขึ้นมาว่าคนพวกนี้ทำไมถึงชอบเอา

ตัวเองมาทำอะไรให้เหนื่อยเปล่าๆ เพราะยิมนี้ก็เป็นยิมที่ไม่ได้โด่งดังอะไร ไม่มีนักมวยระดับแชมป์โลกหรือแชมป์ประเทศเลยสักคน ดังนั้นเขาจะเปิดโรงยิมไปเพื่ออะไร และเอาเงินจากไหนมาบริหารธุรกิจ … จอห์นนี่ คิดแล้วก็สงสัยแต่หาคำตอบไม่ได้ สุดท้ายด้วยความเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับ

ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ก็ทำให้เขาได้เดินเข้าไปพิสูจน์โลกของมวยด้วยตนเอง … แบบนี้ก็มีด้วย
“มวยคือธุรกิจที่ใช้เลือดเป็นส่วนหนึ่งในการแสดง” ประโยคนี้กล่าวโดย แฟรงค์ บรูโน่ นักชกแชมป์โลกชาวอังกฤษ และมันถูกเขียนไว้บนป้ายของโรงยิม บอกเล่าถึงความจริงที่โหดร้ายของโลกมวย

อาชีพ ไม่มีคนเจ็บตัวก็ย่อมไม่มีคนดู และในทางกลับกันยิ่งรุนแรงและเลือดสาดเท่าไหร่ความสนใจก็จะยิ่งทวีคูณ จอห์นนี่ กรีฟส์ มองและอ่านป้ายข้อความนั้น ก่อนเริ่มตีความในแบบของเขา และเขามองมันในแบบคนติสท์ ที่ยากเกินกว่าที่ใครจะตีความออกมาได้เหมือนเขา มันดูจะเป็นการตีความที่

แปลก แหวกแนว เป็นอย่างมาก แต่ จอห์นนี่ คิดว่า “นักมวยมีแต่คนอยากชนะ แต่ไม่มีคนอยากแพ้เลย” … ดังนั้นมันจึงหมายความว่าโลกใบนี้จะไม่มีผู้ชนะ หากไม่มีผู้แพ้เกิดขึ้นมา … ถ้าไม่มีใครอยากจะเป็นผู้แพ้ เขาจะเป็นให้เอง มันไม่ใช่เรื่องของการล้มมวยหรือพร้อมจะแพ้ 100% อะไรแบบ

นั้น การตีความครั้งนี้ของ จอห์นนี่ หมายถึงว่าเขาอยากจะลองเป็นนักมวยดูเหมือนกัน แต่สิ่งต่างๆ ที่เคยทำมาตั้งแต่วัยรุ่น รวมถึงการไม่เคยซ้อมมวยจริงๆ จังๆ เลยจนอายุ 27 ปี ล้วนไม่ใช่คุณสมบัติของนักมวยระดับแชมป์แน่นอน ดังนั้นเมื่อความสำเร็จในแบบของแชมเปี้ยนส์ไม่มีทางลัด เขาก็

เลือกไปในทางลุยเละซะเลย ขึ้นเวทีไว้ก่อน จะแพ้หรือชนะก็ได้เงินเหมือนกัน เมื่อความเบื่อบวกกับแนวคิดในการทำเงินจากวงการมวย ทำให้เขาเริ่มฝึกฝนจากโรงยิมใกล้บ้าน ก่อนจะได้ชกในระดับสมัครเล่น เพื่อขอใบอนุญาตชกมวยแบบถูกกฎหมายอยู่ปีสองปี สุดท้ายในปี 2007 จอห์นนี่ กรีฟส์

ก็เทิร์นโปรได้สำเร็จ และจากนั้นแนวคิดสุดประหลาดของเขาก็ถูกทดลองใช้ด้วยตัวเองว่ามันเวิร์กหรือไม่? “คือตอนแรกเนี่ย ผมก็เคยมีแนวคิดนะว่าจะชกให้มันสะเด็ดยาดจนกลายเป็นมวยเงินแสนคนดูซื้อตั๋วเต็มสังเวียนเพื่อรอชม แต่ความจริงก็คือ ผมรู้ดีว่ามันยากเกินไป ผมทำไม่ได้หรอก”

สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นคำพูดของคนถอดใจ แต่สำหรับ จอห์นนี่ เขาก็แค่เลือกในสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุดโดยไม่กดดันตัวเองเท่านั้น” “ผู้ชนะทุกคนล้วนต้องมีผู้แพ้ ถ้าไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ ผมจะเป็นให้เอง ผมรับได้อยู่แล้ว แต่ขออย่างหนึ่งแล้วกัน ค่าตอบแทนมันก็ต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อย”

จอห์นนี่ กล่าวยืนยันแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน มิสเตอร์ การันตี หลังจากได้ใบอนุญาตชกในปี 2007 เขาขึ้นชกในเวทีศูนย์กีฬา ยอร์ค ฮอลล์ ที่นี่เคยเป็นเวทีของแชมป์โลกอย่างอังกฤษอย่าง แอนโธนี่ โจชัว, อาเมียร์ ข่าน หรือ ไทสัน ฟิวรี่ มาแล้วเมื่อครั้งที่พวกเขายังไม่ดัง มันคือสังเวียนแห่ง

ความหวังที่ทุกคนหวังจะทะยานไปข้างหน้า ผ่านจุดนี้ได้ก็ไปสู่ระดับโลกต่อยกับนักมวยจากทั่วทุกสารทิศ … แต่คงต้องยกเว้น จอห์นนี่ กรีฟส์ ไว้สักคน จอห์นนี่ เปิดตัว 10 ไฟต์แรกของตัวเองด้วยการแพ้รวด ซึ่งนั่นไม่ใช่อะไรที่ผิดคาด เพราะเขาพร้อมรับทุกผลการแข่งขันอยู่แล้ว หลายคนอาจจะ

คิดว่าเขามาเพื่อแพ้โดยไม่หวังผลการแข่งขันอื่น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น … นีล โบเวอร์ส คนประกบคู่มวยในสังกัด Matchroom ของ เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์คนดังของอังกฤษ มักจะบอกเสมอว่า จอห์นนี่ กรีฟส์ คือคนที่มีความใจสู้มากที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่เหตุผลที่เขาแพ้ก็ง่ายนิดเดียว

เพราะเขาไม่ใช่นักมวยที่เก่ง เริ่มต้นช้ากว่าใคร ทำให้เรื่องของทักษะพื้นฐานสู้ใครไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ โบเวอร์ส ยังปิดท้ายได้อย่างน่าสนใจว่า เขาไม่เคยเจอนักมวยคนไหนที่มีความเป็น “คนจริง” เหมือนกับ จอห์นนี่ สักที เหตุผลก็เพราะไม่ว่ากี่ครั้งที่เขาแพ้ และโดนกระทุ้งด้วยหมัดของคู่ชกที่

เขาตามไม่ทัน เขาจะพยายามลุกขึ้นมาตลอด แต่ไหวหรือไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที และสุดท้ายถึงแม้จะแพ้แบบสู้ไม่ได้ แต่สัปดาห์ต่อมาหากทีมงานต่อสายไปหา จอห์นนี่ ว่า “สัปดาห์นี้จะขึ้นชกไหม” เขาจะตอบกลับแบบไม่ต้องคิดว่า “จัดมาสิ รออะไรอยู่ล่ะ” “จอห์นนี่ กรีฟส์ เป็นคนซื่อสัตย์กับตัวเอง

สุดๆ ผมโทรหาเขาบ่อยเกี่ยวกับเรื่องการจัดมวยและประกบคู่ ผมถามเขาเสมอว่าที่ผ่านๆ มาเป็นไงบ้าง เขาก็เล่าให้ผมฟังหมดเลย ‘โอ้โห นีล เอ๊ย ไอ้เด็กนั่นอย่างโหด สู้ไม่ได้เลย มันเล่นฉันซะยับ นายประกบคู่ภาษาอะไรวะ’ … แต่วันไหนที่เขาต่อยได้ดี เขาก็มักจะโมโหที่ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้

เขาจะบอกว่า ‘ไอ้บ้าเอ๊ย ฉันแพ้เพราะโดนโกงว่ะ'” นี่คือสิ่งที่ มือประกบคู่มวยคนสนิทว่าถึง จอห์นนี่ การต่อยแล้วแพ้ ต่อยแล้วโดนน็อคของ จอห์นนี่ กรีฟส์ กลายเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ … มันจะมีจริงเหรอ นักมวยที่แสดงความพยายามสุดชีวิต แต่สุดท้ายต้องเป็นฝ่ายแพ้เกิน 90%

เพราะคนดูมวยแบบตัวจริงนั้นย่อมรู้ดี ใครล้มใครไม่ล้มมันดูออกง่ายนิดเดียว แต่สำหรับ จอห์นนี่ กรีฟส์ เขาเป็นเหมือนหมาบ้า แต่เป็นหมาบ้าขี้แพ้ ที่ภูมิใจเสมอแค่ขอให้ได้แค่ขึ้นชกก็พอ นั่นคือที่มาของฉายาซึ่งเขาถูกเรียกว่า “มิสเตอร์ การันตี” ชกเมื่อไหร่ แพ้เมื่อนั้น ไม่ใช่แค่คนดูเท่านั้น

จอห์นนี่ กรีฟส์ ยังเป็นมวยบันไดขวัญใจนักชกรุ่นน้องอีกด้วย เพราะทุกคนรู้ว่าหากได้ชกกับ จอห์นนี่ โอกาสชนะจะสูงลิบ ดังนั้นชื่อของ จอห์นนี่ กรีฟส์ จึงถูกเรียกชื่อมาขึ้นเวทีในทุกสัปดาห์ บางครั้งก็หนักถึงขั้นมีการแย่งคิวชกของเขากันเลยทีเดียว จอห์นนี่ กลายเป็นนักชกคิวทองแบบไม่รู้ตัว

“มวยเป็นกีฬาก็จริง แต่สุดท้ายมันคือความบันเทิงและธุรกิจ ดังนั้นนักมวยแต่ละคนที่จะได้ขึ้นเวทีนั้นต้องการันตีว่าอย่างน้อยๆ พวกเขาจะเรียกแฟนๆ มาซื้อตั๋วได้สัก 100 ใบ ดังนั้นเมื่อเวลามีนักมวยวัยรุ่นฟอร์มแรง อนาคตไกล แต่ยังไม่มีใครรู้จัก มันจำเป็นอย่างมากที่จะให้เด็กเหล่านี้ได้ใช้

พรสวรรค์บนเวทีจริงๆ กับนักมวยที่ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย การได้ลองกับมวยบันได (จอห์นนี่) ก็เหมือนเป็นการกรองดาวรุ่งในวงการไปในตัว ถ้าเด็กเป็นฝ่ายชนะก็จะได้ความมั่นใจ แต่ถ้าเด็กนั่นเป็นฝ่ายแพ้ขึ้นมาอีกล่ะก็ คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรกันแล้ว” เกร็ก สตีน ผู้ช่วยโปรโมเตอร์และมือ

ประกบคู่มวย กล่าวถึงเหตุผลที่ว่าทำไม จอห์นนี่ กรีฟส์ จึงคิวทอง เก่งนักก็จัดมาดิ๊ มวยบันไดคิวทองอย่าง จอห์นนี่ กรีฟส์ มีโปรแกรมชกถี่ยิบ ใครๆ ก็อยากได้แชร์เวทีกับเขา ซึ่งตัวของ จอห์นนี่ เองก็บอกได้คำเดียวว่า “ยินดีเป็นอย่างมาก” เพราะยิ่งเขาได้ชกมากเท่าไหร่เขาก็จะได้ค่าตัวมาก

เท่านั้น ผู้คนอยากเห็นเขาแพ้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี มันยิ่งง่ายกับเขาเลย เมื่อทุกคนคาดหวังว่าจะได้เห็นดาวรุ่งไล่ถลุงมวยบันไดอย่างเขา เขาไม่มีปัญหา ตราบใดที่เงินยังไหลเข้ากระเป๋าเขาอยู่ “อยากชนะไหมน่ะเหรอ? เอาจริงผมว่าผมก็อยากจะชนะ แต่บางครั้งการเป็นผู้ชนะมันไม่ตอบโจทย์ไง

มันได้เงินไม่พอไปจ่ายบิลค่าต่างๆ ในครอบครัวของผม ภาพลักษณ์ของผมมันเหมาะกับการแพ้มากกว่า มันจะดีกว่าถ้าผมโดนชกและแพ้ไป เพราะเมื่อผมแพ้ ผมจะได้เงินมากกว่า เอามาจ่ายค่าไฟฟ้า และค่าแก๊สที่มาเคาะประตูบ้านผมทุกวัน” จอห์นนี่ กรีฟส์ กล่าว สถิติการแพ้กระจายบวกกับ

สิ่งที่เขาพูด ดูจะเป็นสิ่งที่เขาพึงพอใจ แต่ความจริงแล้ว จอห์นนี่ กรีฟส์ ทำอย่างนั้นด้วยความไร้ทางเลือก ด้วยทักษะที่เขามี ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เบื้องหลังของความพ่ายแพ้บ่อยๆ คือเขาต้องไปที่โรงพยาบาลและสแกนสมองตัวเองดูอยู่ตลอด ว่าร่างกายของเขาจะทนหมัดได้นานเท่าไหร่

ซึ่งตลอดเวลา 7 ปีในฐานะนักชกอาชีพ 100 ไฟต์ ชนะ 4 แพ้ 96 ก็มีความเป็นห่วงจากครอบครัวของเขามาโดยตลอด แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องทำ เพราะสุดท้ายแล้ว “เงินคำเดียว” จบข้อสงสัยทุกอย่างในใจเขาได้อย่างง่ายดาย บ้านผลบอล

“ผมไม่ได้หวังที่จะชนะใครแล้วล่ะนะ ไม่เลยสักนิดเดียว ผมค้นพบว่าตัวเองเหมือนผู้รักษาประตูที่มีหน้าที่ทำให้กองหน้ายิงประตูเข้าและมีความมั่นใจขึ้นกลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้น แม้มันจะดูโง่เง่า แต่สิ่งที่ผมทำอยู่มันทำให้ผมหาเงินได้ภายใน 12 นาที (ปกติแล้วไฟต์ที่ จอห์นนี่ ชกจะมีกำหนดราว

UFABETWINS

4-6 ยก) มากกว่าที่ผมทำงานตลอดสัปดาห์อีก … ทีนี้มันยังไร้สมองอยู่อีกไหมล่ะคุณว่า” “ผมจะชกต่อไปแบบนี้ เพื่ออาหารบนโต๊ะให้ครอบครัวของผม” จิมมี กรีฟส์ ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian เป็นอันจบข้อสงสัยของทุกคนและตัวของ จอห์นนี่ เอง หลังจากที่หลายปีก่อนเขามองเข้ามาใน

โรงยิมและคิดว่า “คนพวกนี้มาชกมวยให้ทรมานตัวเองเพื่ออะไร?” หากจะถามหาช่วงเวลาที่น่าจดจำในสายตาคนอื่นที่มองมายัง จอห์นนี่ กรีฟส์ ในฐานะนักมวย แน่นอนว่าด้วยสถิติทั้งหมดและการยอมรับความเป็นจริง ก็คงไม่มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษ หากเทียบกับนักชกแชมป์โลกคน

อื่นๆ แต่ที่แน่ๆ หากมองในฐานะหัวหน้าครอบครัวแล้ว นี่คือยอดชายผู้ใช้ร่างกายแลกกับเงิน และที่สำคัญคือการใช้สมองหาสิ่งที่ตัวเองมีให้เป็นจุดขาย จนกลายเป็นคนที่มีรายได้มากขึ้นตลอดช่วงเวลาการเป็นนักชกแนวหลับสนิท ศิษย์หามลงเช่นนี้ ไฟต์สุดท้ายในชีวิตของเขาเกิดขึ้นในปี 2013

ที่เวทีเดิมอย่าง ยอร์ค ฮอลล์ ไฟต์นั้นเป็นไฟต์อาชีพครั้งที่ 100 ทุกคนหวังจะเห็นเขาแพ้เหมือนเช่นเคย แต่ในวันนั้น จอห์นนี่ เอาชนะ แดน คาร์ ไปได้สำเร็จแบบหักปากกาเซียน ไม่มีใครคาดคิดแม้แต่ตัวของเขาเอง จอห์นนี่ ร้องไห้ให้กับชัยชนะไฟต์นั้นอย่างไม่อายใคร ทุกคนต่างคิดว่ามันคือไฟต์ที่

เขาภูมิใจที่สุดที่ได้ปิดฉากอาชีพนักชกอย่างยิ่งใหญ่ในวัย 34 ปี แต่คุณอย่าได้ดูถูก จอห์นนี่ กรีฟส์ เชียว แนวคิดเขาแหวกตั้งแต่ไฟต์แรกที่ขึ้นชก จนถึงไฟต์สุดท้ายแห่งชัยชนะเลยทีเดียว … เพราะเขาบอกว่า ที่ร้องไห้เนี่ยไม่ใช่เพราะดีใจ แต่มันเป็นเพราะหลังจากจบไฟต์นี้แล้วเขาจะไม่มีโอกาส

ได้หาเงินจากการเป็นผู้แพ้อีกแล้วต่างหาก “ย้ำอีกครั้ง ผมไม่เคยบอกว่าผมไม่อยากชนะ แต่มันจะดีและง่ายกว่ามากถ้าผมเป็นผู้แพ้ … เส้นทางธุรกิจของผมง่ายนิดเดียว ขึ้นเวที โดนชก แพ้ แล้วก็หอบเงินกลับบ้าน” จอห์นนี่ กรีฟส์ กล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่เงินรางวัลในวันนั้นจะทำให้เขามีเงินเปิด

โรงยิมชื่อ Greaves Gym ร่วมกับ แฟรงค์ พี่ชายและเทรนเนอร์ของตัวเอง มาจนถึงทุกวันนี้อ้อ! แต่อย่าห่วงเลย จอห์นนี่ ยืนยันว่ายิมแห่งนี้เขาตั้งใจจะสร้างนักมวยแชมป์โลก และจะไม่มีนักมวยอย่างตัวเขาเมื่อครั้งอดีตอีกเด็กขาด ปล่อยให้เป็นแค่ตำนาน UFABETWINS