UFABETWINS ฉีกกรอบของประเทศ : เหตุใดสิงคโปร์จึงเก่งว่ายน้ำ แม้รัฐบาลไม่สนับสนุนให้เล่นกีฬา?

UFABETWINS สิงคโปร์ คือหนึ่งในชาติของเอเชียที่พัฒนาก้าวหน้าไม่แพ้โลกตะวันตก และเป็นเบอร์ 1 ในหลายด้านของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, คุณภาพชีวิตของประชาชน ชนิดที่เรียกว่าชาติเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกันทาบไม่ติด

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเลิศในหลายด้าน วงการกีฬาของสิงคโปร์กลับไม่ยิ่งใหญ่สมกับความเจริญของประเทศ และยังเป็นรองหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค โดยเฉพาะหากเทียบกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่มีสภาพเศรษฐกิจใกล้เคียงกับสิงคโปร์ จะเห็นความแตกต่างชัดเจนว่า

วงการกีฬาสิงคโปร์ล้าหลังมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม มีกีฬาประเภทหนึ่งที่คนสิงคโปร์เล่นได้ดี ไม่แพ้กับชาติอื่นในเอเชีย นั่นคือ ว่ายน้ำ แม้ว่าในความเป็นจริง รัฐบาลสิงคโปร์จะไม่นิยมสนับสนุนวงการกีฬา แต่การแข่งขันรูปแบบนี้กลับแตกต่างจากกีฬาอื่นในสิงคโปร์ จนเป็นเพียงไม่กี่ชนิดกีฬา

ที่ยังคงอยู่รอด และได้รับความยอมรับจากสังคมสิงคโปร์ เศรษฐกิจมาก่อน กีฬาไว้ทีหลัง นับตั้งแต่ประกาศเอกราชอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในปี 1965 สิงคโปร์เดินหน้าหวังสร้างชาติเป็นมหาอำนาจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หวังแซงหน้าคู่แข่งอย่าง มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ

ไทย รัฐบาลสิงคโปร์ได้เดินหน้าออกนโยบายสนับสนุนภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่ กล้าลงทุนกับการทำธุรกิจด้านเทคโนโลยี ตั้งตนเป็นศูนย์กลางทางการค้าด้วยการขนส่ง ทั้งทางเรือ และทางอากาศของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งส่งให้สิงคโปร์เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการควบคุม

UFABETWINS

อย่างเข้มงวดต่อการพัฒนาประเทศของรัฐบาลสิงคโปร์ ทำให้ชีวิตของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ ต้องเดินไปตามแนวทางที่ผู้มีอำนาจวางไว้ การศึกษา และอาชีพ ที่ช่วยสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม มีหลาย

อุตสาหกรรมที่ไม่ได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในสเกลที่ใหญ่โต หนึ่งในนั้นคือวงการกีฬา รัฐบาลสิงคโปร์ไม่ให้ความสำคัญ ในการสนับสนุนให้ประชาชนออกกำลังกาย หรือหันมาเอาดีด้านกีฬา ในทางกลับกัน พวกเขามองว่าหากคนสิงคโปร์ ไม่ให้ความสนใจกับกีฬา

และหันไปให้ความสำคัญกับการเรียนหนังสือ จะเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่า จนเกิดคำกล่าวที่ว่า “รัฐบาลสิงคโปร์ ไม่สนับสนุนด้านกีฬา เพราะไม่ได้ทำให้ GDP ของประเทศเติบโต” ซึ่งแม้แต่คนสิงคโปร์เอง ก็ยอมรับว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่กล่าวมาลอยๆเสียด้วย

“นักกีฬาที่สิงคโปร์ไม่มีคนสนับสนุน เพราะรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้คนเล่นกีฬา ผมอยากบอกให้รัฐบาลรู้ว่า การเป็นนักฟุตบอล มันไม่เกี่ยวกับเงิน ไม่เกี่ยวกับ GDP แต่มันสร้างความภูมิใจให้กับประเทศได้ หรือแม้กระทั่งเป็นธุรกิจ แต่คุณต้องอดทนรอ” อิรฟาน ฟานดี นักฟุตบอลทีมชาติ

สิงคโปร์ สังกัดบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เคยกล่าวถึงเรื่องราวที่รัฐบาลสิงคโปร์ไม่สนับสนุนให้คนเล่นกีฬากับ Main Stand ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลได้ปลูกฝังค่านิยมที่ทำให้คนในประเทศเชื่อว่า การจะมีชีวิตที่ดีในสิงคโปร์ ต้องทำงานในสาขาที่รัฐบาลสนับสนุนเพื่อได้รับผลตอบแทนที่ดี ในขณะที่การ

เป็นนักกีฬา กลับไม่มีรายได้ที่ดีนัก หลายคนต้องเป็นนักกีฬา พร้อมกับทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวของคนสิงคโปร์รุ่นใหม่จึงไม่นิยมให้ลูกหลานเล่นกีฬา ไม่อนุญาตให้พวกเขาออกไปเล่นซนนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จนกลายเป็นว่ากีฬาห่างจากคนรุ่นใหม่

เข้าไปทุกที “คนสิงคโปร์ในเขตเมืองเชื่อว่า การออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ไปวิ่งเล่นอย่างอิสระ คือความอันตรายที่จะทำให้ลูกหลานของพวกเขาบาดเจ็บ” แมททิว ลู นักเขียนชาวสิงคโปร์ เล่าถึงมุมมองที่คนสิงคโปร์มีต่อการเล่นกีฬา การไม่สนับสนุนวงการกีฬาของรัฐบาลสิงคโปร์ไม่ใช่เรื่องที่

ผิด ปัจจุบันสิงคโปร์ยังคงมี GDP ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก เพียงแต่สิ่งที่ต้องแลกไป คือการมองข้ามความสำคัญของกีฬา ส่งผลให้สิงคโปร์ไม่สามารถเป็นมหาอำนาจด้านกีฬาในภูมิภาคนี้ได้ มุมมองที่แตกต่างต่อกีฬาว่ายน้ำ

แม้ว่ารัฐบาลสิงคโปร์จะไม่สนับสนุนให้คนในประเทศเล่นกีฬาเท่าใดนัก แต่ไม่ใช่ว่าวงการกีฬาของประเทศนี้จะเงียบเหงาไร้รางวัลเป็นที่ภูมิใจของประเทศ เพราะบางกีฬาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ในการแข่งขันระดับนานาชาติ หนึ่งในนั้นคือ ว่ายน้ำ ว่ายน้ำเป็นหนึ่งในกีฬาที่ประสบความสำเร็จ

UFABETWINS

อย่างมากของสิงคโปร์ มีนักกีฬาหลายคนคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์และซีเกมส์ ไม่ว่าจะเป็น หยาง เหว่ยหลิง หรือที่แฟนกีฬาชาวไทยคุ้นหูในชื่อ โจเซลิน โยว, เถา หลี่, หง ปิงเซียง และที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ โจเซฟ สคูลลิง ผู้คว้าเหรียญทองแรกให้กับดินแดนเมอร์ไลออนใน

มหกรรมกีฬาโอลิมปิก เป็นระยะเวลายาวนานหลายสิบปีที่สิงคโปร์สามารถสร้างนักว่ายน้ำมาเชิดหน้าชูตาเป็นเกียรติของประเทศได้ ในขณะที่บางกีฬาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นของวงการว่ายน้ำไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “ถ้าเป็นกีฬา เช่น ว่ายน้ำ, ปิงปอง หรือ

แบดมินตัน กีฬาพวกนี้สามารถสร้างชื่อเสียงได้ง่ายกว่า เพราะเป็นกีฬาบุคคล รัฐบาลจะสนับสนุนให้เล่น เพราะว่าประสบความสำเร็จได้ง่าย สามารถสร้างชื่อให้สิงคโปร์” อิรฟาน ฟานดี เล่าถึงการสนับสนุนกีฬาของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ไม่เทียบเท่ากันระหว่างชนิดกีฬา การสนับสนุนต่อกีฬาว่ายน้ำ

ของรัฐบาลสิงคโปร์ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล เพราะต้องย้อนไปดูถึงประวัติศาสตร์ดั้งเดิมของคนชนชาตินี้ จากการที่ภูมิประเทศของสิงคโปร์เป็นเกาะ ทำให้คนในประเทศมีความคุ้นชินกับน้ำมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สิงคโปร์ยังไม่ได้ก่อตั้งเป็นประเทศ กีฬาทางน้ำจึงมีประวัติศาสตร์ร่วมกันกับคน

สิงคโปร์มาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี ซึ่งว่ายน้ำคือหนึ่งในนั้น คนสิงคโปร์ได้ก่อตั้งสมาคมว่ายน้ำของตัวเอง ตั้งแต่ปี 1939 ซึ่งในเวลานั้นเกาะสิงคโปร์ยังเป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างคนจากเกาะแห่งนี้กับกีฬาว่ายน้ำ ไม่เพียงเท่านั้น ว่ายน้ำ

ยังเป็นกีฬาที่ทหารและผู้ปกครองจากประเทศอังกฤษที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ชื่นชอบอย่างมาก และกลายเป็นกีฬาของชาวต่างชาติชนชั้นสูงที่ปกครองสิงคโปร์ก่อนจะประกาศเป็นเอกราช อาจจะเรียกไม่ได้ว่า ว่ายน้ำเป็นกีฬาประจำชาติของสิงคโปร์ แต่ความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองฝ่ายที่มีร่วมกันมา

อย่างยาวนาน ทำให้รัฐบาล ผู้มีอำนาจ ไปจนถึงคนมีฐานะในสิงคโปร์ คอยสนับสนุนกีฬานี้อยู่เสมอ ผ่านการสร้างสระว่ายน้ำ ในรูปแบบของคลับเฮาส์ ทำให้ว่ายน้ำกลายเป็นกิจกรรมที่นิยมของคนมีหน้ามีตาในสังคม และเปลี่ยนผ่านว่ายน้ำให้เป็นกีฬาของคนรวยในสิงคโปร์ นอกจากนี้

ลี กวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีผู้สร้างชาติสิงคโปร์ เคยมีนโยบายสนับสนุนให้คนสิงคโปร์หันมาเล่นกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น ในช่วงยุค 60s เพราะ ณ เวลานั้น ว่ายน้ำเป็นกีฬาที่ชาวต่างชาติให้ความนิยม การสนับสนุนให้คนสิงคโปร์หันมานิยมกีฬาว่ายน้ำ เป็นกุศโลบายทางการเมืองของ ลี กวนยู

ที่ต้องการจะยกระดับชาวสิงคโปร์ให้ดูทัดเทียมกับชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากทวีปยุโรป เพื่อสร้างความเชื่อ และแสดงให้เห็นว่า คนสิงคโปร์ไม่ได้แตกต่าง หรือด้อยไปกว่าชาวต่างชาติจากโลกตะวันตก นอกจากนี้ สมาคมว่ายน้ำของสิงคโปร์ ได้นิยมเชิญนักกีฬาระดับโลกจากฝั่งตะวันตก

ไม่ว่าจะเป็น รอย โรเมน หรือ มาร์ค สปิตซ์ ให้มาฝึกสอนนักว่ายน้ำรุ่นใหม่ เพราะด้วยความผูกพันที่ชาวสิงคโปร์มีต่อกีฬาว่ายน้ำ ทำให้เด็กที่มีแววในการแข่งขันประเภทนี้จะถูกนำมาฝึกฝน สั่งสมประสบการณ์จนก้าวขึ้นมาเป็นนักว่ายน้ำที่มีฝีมือ อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญที่ทำให้ว่ายน้ำยังคง

เป็นกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนจนถึงปัจจุบัน เป็นเพราะความสำเร็จของนักกีฬาว่ายน้ำในยุคแรกเริ่ม ไม่ว่าจะเป็น มอลลีย์ เตย์ และ เตย์ ชินจู ที่แม้จะไม่ได้ชนะการแข่งขันระดับนานาชาติ จนมีเหรียญรางวัลมาคล้องคอ แต่ก็สามารถโชว์ศักยภาพของคนสิงคโปร์ในฐานะนักว่ายน้ำให้เป็นที่ยอมรับได้

กับการได้เข้าไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ผลที่ตามมาคือ รัฐบาลสิงคโปร์ยิ่งหันมาสนับสนุนกีฬาว่ายน้ำมากกว่าเดิม เพราะมองว่าเป็นช่องทางในการสร้างชื่อเสียงของประเทศได้ มีการอนุญาต และสนับสนุนให้เอกชนสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้คนมาเล่นน้ำได้ รวมถึงมีการเปิด

สระว่ายน้ำสาธารณะที่ภาครัฐเป็นผู้สร้างอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ กีฬาว่ายน้ำจึงมีความคุ้นเคยกับคนสิงคโปร์มาจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งไม่กี่อย่างที่คนสิงคโปร์สามารถทำได้โดยง่าย นอกจากนี้ กีฬาว่ายน้ำ ต้องเล่นในสระว่ายน้ำเท่านั้น ซึ่งเหมาะกับการควบคุมของรัฐบาลสิงคโปร์

มากกว่า ไม่เหมือนกีฬาประเภทอื่น เช่น ฟุตบอล ที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายไม่ให้คนสิงคโปร์เล่นกีฬาประเภทนี้ในพื้นที่สาธารณะ ปัจจุบัน รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีการสร้างความหมายให้กับกีฬาว่ายน้ำ ด้วยการยกย่องให้เป็นกีฬาที่สามารถพัฒนาความเป็นเลิศ ในด้านความพยายาม และการต่อสู้จน

บรรลุเป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของคนสิงคโปร์ที่ต้องการความเป็นเลิศ ทำให้ในปัจจุบันครอบครัวที่มีฐานะ นิยมส่งลูกหลานเล่นกีฬาว่ายน้ำ ไม่ใช่เพื่อเป็นนักกีฬา แต่เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ซึ่งแม้จะไม่ใช่แนวทางพัฒนากีฬาโดยตรง แต่อย่างน้อยสิงคโปร์ก็มีโอกาสพบนักกีฬา

ว่ายน้ำ ที่มีความสามารถมากกว่ากีฬาประเภทอื่นด้วยนโยบายนี้ แม้ว่าการผลักดันกีฬาว่ายน้ำของประเทศสิงคโปร์จะมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เสมอ จนดูเหมือนว่าการสนับสนุนกีฬานี้ ไม่ได้มี

เป้าประสงค์กับการผลักดัน สร้างนักว่ายน้ำฝีมือดีโดยตรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนสิงคโปร์ยังคงได้ประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนของรัฐบาลสิงคโปร์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และสร้างนักว่ายน้ำฝีมือดีมาประดับวงการยาวนานกว่า 50 ปี

คลิ๊กเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล

UFABETWINS โครสเชื่อว่าอลาบามีคุณภาพในการแสดงที่เรอัลมาดริด

กองหลังจะออกจากบาวาเรีย ด้วยการโอนฟรี ในช่วงฤดูร้อน และกำลังจะมุ่งหน้า ไปยังเมืองหลวงของสเปน

โทนีโครสเชื่อมั่นว่า ดาบิดอลาบา จะมีคุณภาพ ที่จะเติบโต ที่เรอัลมาดริด หากเขาย้ายจากบาเยิร์นมิวนิก ในช่วงซัมเมอร์นี้ Alaba ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาจะออกจาก บาเยิร์นโดยใช้บริการ รถรับส่งฟรี ในช่วงฤดูร้อน

แต่หยุดไม่ให้เปิดเผย จุดหมายปลายทาง ต่อไปของเขา มีการคาดเดากัน อย่างกว้างขวาง ว่าเรอัลจะเป็น สโมสรต่อไปของเขา และโครสไม่สงสัย เลยว่าทีมชาติออสเตรีย จะปรับตัวเข้ากับชีวิต ในลาลีกาอะไรเอ่ย “นี่คุณจะต้องมี

คุณภาพที่คุณ มีร่างกายที่นั่น หัวของคุณสามารถ จัดการกับสถานการณ์มาก” นี่โครสบอก Sky เยอรมนี “ คุณต้องการ มากกว่าคุณภาพ ด้านกีฬา ฉันไม่ได้เล่น กับเขามาเกือบ เจ็ดปีแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยาก สำหรับฉันที่จะพูดว่า

เขาคิดอย่างไร และอย่างไร ฉันได้อ่านชื่อ Alaba เกี่ยวกับเรอัลมาดริดแล้ว แต่ตอนนี้ ฉันยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ถ้าคุณเป็นขาประจำ ที่บาเยิร์นคุณ ก็ต้องมีคุณภาพ ในการเล่นที่เรอัลมาดริด แน่นอนมันชัดเจน แต่เราจะเห็นว่า สุดท้ายแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น”

UFABETWINS

เรอัลมาดริดต้องการ Alaba หรือไม่?

คำตอบง่าย ๆ คือใช่ เซร์คิโอรามอส อยู่ในปีสุดท้าย ของสัญญาของเขา และสโมสร และผู้เล่นได้รับ การกล่าวขานว่า ต่างจากการขยายเวลา ที่เพิ่มเข้ามา ที่รามอสจะเปิด 35 มีนาคม และขณะนี้กีดกัน ด้วยอาการบาดเจ็บ ที่เข่าที่จำเป็น

ต้องผ่าตัด ผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปน พิสูจน์ให้เห็นถึง ความมุ่งมั่น และแรงผลักดันของเขาในช่วง 17 ปีของเขาในเกม แต่อยู่ในช่วงหลัง ของอาชีพการงานของเขา และจำเป็นต้อง มีการเปลี่ยนตัว มีใครเชื่อมโยงกับ Alaba อีกบ้าง?

เป็นเรื่องน่าแปลกใจ เล็กน้อยที่กองหลัง ที่มีพรสวรรค์ที่สุด คนหนึ่งของโลก กำลังดึงดูดสายตา ชื่นชมจากหลายสโมสร การเซ็นสัญญา กับกองหลังชั้นยอด ในการโอนฟรี เป็นสิ่งที่ใฝ่ฝัน สำหรับสโมสรชั้นยอด และครีมแห่งการเพาะปลูก

ยุโรปได้จับจ้อง ไปที่เด็กอายุ 28 ปี บาร์เซโลน่าคู่แข่ง ในลีกาของมาดริด ได้รับการเชื่อมโยง เช่นเดียวกับพรีเมียร์ลีก ด้านเชลซีลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

UFABETWINS

กระสอบมูรินโญ่ ‘ไร้สาระ’ เรียกร้องให้ Hoddle ยุ่งเหยิง

ขณะที่สเปอร์สไล่ล่า เครื่องเงินรายใหญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส ผู้ลึกลับกำลังเห็น คำถามที่ถามถึงอนาคต ของเขาในลอนดอน ตอนเหนือ แต่ตำนานของท็อตแนม เห็นว่าเขายังคงอยู่ คำถามเกี่ยวกับ อนาคตของโชเซ่มูรินโญ่ ที่ท็อตแนมนั้น

“ ไร้สาระ” เกล็นฮอดเดิล กล่าวโดยตำนาน ของสเปอร์ส รู้สึกงุนงงว่าทำไม พวกเขาถึงไล่ออก ผู้จัดการทีมด้วยเครื่องเงิน ชิ้นใหญ่ที่ยังรอคว้าอยู่ ผลการแข่งขัน ที่น่าเสียใจ ที่ทำให้เกิด ความพ่ายแพ้ห้านัด ในการออกนอกบ้าน ในพรีเมียร์ลีก

หกครั้ง ทำให้ ฐานแฟนบอล ที่ไม่พอใจ เรียกร้องให้มี การเปลี่ยนแปลง ทางตอนเหนือ ของลอนดอน อย่างไรก็ตามมูรินโญ่ ได้นำทางทีม ที่ประสบ ความสำเร็จผ่าน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ และรอบ 32 ทีมสุดท้ายของ ยูโรป้าลีก

และยังคงเชื่อมั่น อย่างเต็มที่ ในความสามารถของเขา ในการส่งมอบ ให้กับเป้าหมายสูงสุด ได้รับการกล่าวถึงอะไร? ฮอดเดิลบอกกับ Evening Standard เมื่อถูกถามว่าเขา คาดหวังว่ามูรินโญ่ จะถูกปลดออก จากหน้าที่หรือไม่ :

“ ไม่ฉันไม่ไม่ใช่ในตอนนี้ เขาถูกนำเข้ามา เพื่อนำเครื่องเงิน เขาอยู่ในถ้วยสุดท้าย คุณจะไล่คนที่ได้ถ้วย สุดท้ายในเดือน เมษายนได้อย่างไร? มันไร้สาระ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเขาถึง ถูกนำเข้ามา ความสม่ำเสมอ และสิ่งอื่น ๆ อาจต้องเปลี่ยนไป

ตามกาลเวลา แต่ฉันคิดว่าเขา ได้รับสิทธิในสิ่ง ที่เขาทำใน อาชีพการงาน เพื่อให้มีเวลามากขึ้น เท่าที่ผมมองไปที่ ท็อตแนมในบางครั้ง และคิดว่าเราดู เป็นทีมธรรมดา แต่นั่นก็เป็นสโมสร อื่นเช่นกัน และสามารถเปลี่ยนแปลง ได้เร็วมาก

ชนะสองสามครั้ง และความมั่นใจ จะกลับมา มีการเรียกร้องมากมายจากแฟน ๆ [เพื่อให้มูรินโญ่ถูกไล่ออก] แต่ครึ่งหลังกับเวสต์แฮมที่กำลังบินอยู่ในขณะนี้และเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมทุกตัวเลือกการโจมตีที่เขามีอยู่ในสนาม พวกเขาตีบาร์ตีโพสต์และมันอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม”

 

 

 

อ่านข่าวอื่นๆได้ที่ >>> UFABETWINS
หน้าแรก >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดอก ตื่นเต้นกับเกม “แดงเดือด”

พร้อมบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยเป็นทีมรองบ่อนเลย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล บอกว่าตนตื่นเต้นที่จะได้นำทีมเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคมนี้สุดๆ นอกจากเกมวันอาทิตย์นี้

จะเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีของทั้ง 2 ทีมแล้วนั้น มันยังเป็นเกมที่มีความหมายต่อการลุ้นแชมป์มากๆ ด้วย หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เป็นรองจ่าฝูงโดยที่ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด 3 แต้ม ส่งผลให้หลายคนมองว่านี่จะเป็นเกม “แดงเดือด” ที่เข้มข้นที่สุดในช่วงหลายนัดที่ผ่านมา

กุนซือชาวเยอรมันเผยว่า “ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่เราต้องการแล้ว เรารู้ดีว่าเราจำเป็นต้องทำอะไร เรารู้ว่าตรงไหนที่มันผิดพลาด เราอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น ซึ่งตอนนี้เราก็ต้องทำอย่างนั้นให้ได้กับการเล่นในนาม นั่นคือสถานการณ์ในตอนนี้ พูดกันตรงๆ เลยนะ

ผมตั้งตารอเกมนี้อย่างใจจดใจจ่อ ผมรู้ดีว่า โอเล่ ให้สัมภาษณ์ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้เจอกับ ลิเวอร์พูล เขาคิดอย่างนั้นสินะ ? แล้วเราจะได้เห็นกัน!” คล็อปป์ เสริมว่าในมุมมองของตนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยเป็นทีมรองบ่อนเลย ซึ่งตรงข้ามกับที่

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ในเชิงก่อนหน้านี้ว่า “ปีศาจแดง” ยังเป็นรอง ลิเวอร์พูล อยู่ และถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะได้แล้วมันก็จะเป็นเกมที่ช็อกพอตัว “ผมคุมทีมในอังกฤษมา 5 ปีแล้ว และ ยูไนเต็ด ก็ไม่เคยเป็นทีมรองบ่อนเลย

พวกเขาไม่เคยเป็นแบบนั้น นั่นคือความเป็นจริง พวกเขาคือทีมที่ดีอยู่เสมอ, มีนักเตะเก่งๆ หลายคนอยู่ในทีมมาโดยตลอด แต่เกมนี้เราจะได้เล่นในบ้าน และผมก็ไม่คิดว่าเราเป็นรองเพียงเพราะว่าพวกเขาอยู่ในอันดับที่ดีกว่าเราหรอก เราต้องเล่นให้เหนือกว่า

พวกเขาให้ได้” “ปกติแล้วพวกเขาจะชอบเปลี่ยนระบบการเล่นในเกมที่เจอกับเรา อย่างเช่นมีถึง 10 นัดที่พวกเขาใช้กองหลัง 4 คน แต่พอถึงเกมกับ แอร์เบ ไลป์ซิก พวกเขาเปลี่ยนไปใช้แผนที่ส่งกองหลังลงเล่น 5 คน ดังนั้นหนนี้พวกเขาก็อาจจะเปลี่ยนแผนในการ

เจอกับเราก็ได้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าใครเป็นทีมรองบ่อน มันคือการเจอกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ยูไนเต็ด และแค่ชื่อของทั้ง 2 ทีมก็ทำให้นี่เป็นเกมที่ใหญ่มากๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกนี้ผมก็มักจะหาโอกาสดูเกมนี้ให้ได้อยู่เสมอ นี่คือเกมใหญ่!”

UFABETWINS

รอบนี้สุดขีด เกมรับที่แสนเปราะบาง

ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องใช้งานผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์อย่าง ฟาบินโญ่ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (บางเกม) ลงมาทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กขัดตาทัพ เนื่องจากปราการหลังตัวหลักโดนอาการบาดเจ็บพรากไปจากเกมลูกหนังอีกนานหลายเดือน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

กับ โจ โกเมซ ต้องใช้เวลาอยู่กับโรงหมอและโรงยิมมากกว่าในสนามซ้อม ขณะที่ โฌเอล มาติป ก็พึ่งพาไม่ค่อยได้เพราะสภาพร่างกายสามวันดีสี่วันเดี้ยงซึ่งก็แสดงให้เห็นอยู่บ่อยๆ ในฤดูกาลนี้ ยิ่งไปกว่านั้นกองหลังตัวเลือกแรกของทีมก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตก

แบบรูดมหาราชนั่นก็คือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยแบ็กขวาเลือดผู้ดีมีส่วนต้องรับผิดชอบเต็มๆ จากการกะจังหวะผิดพลาดจนเป็นเหตุให้ แดนนี่ อิงส์ ได้ยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ไก่โห่ และยังเป็นประตูชัยของ เซาธ์แฮมป์ตัน ซะด้วย จังหวะนั้น

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “เจ้าหนูเทรนต์” ทำผิดพลาดในฤดูกาลนี้ ยังไม่หมดแค่นั้นประสิทธิภาพในเกมรุกที่เคยน่ากลัวของเขาก็ขาดหายไป ในขณะที่เกมรับก็เล่นไม่ค่อยแน่นอน ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะโดน มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งซัดไป 3 ประตูจาก 4 เกมหลังสุดที่

เล่นเกม “แดงเดือด” ที่มีทั้งความเร็วความคล่องตัวทดสอบแน่นอน

UFABETWINS

เกมรุกขาดความคงเส้นคงวา

“เดอะ เร้ดส์” ทำผลงานได้น่าผิดหวังมากๆ ในการยิงประตูจากการลงสนาม 3 เกมพรีเมียร์ลีกติดต่อกันซึ่งถือว่าย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2005 ซึ่งต้องยอมรับว่านี่คือวิกฤติในแดนหน้าของ ลิเวอร์พูล จริง ๆ นับตั้งแต่ที่ ดีโอโก้ โชต้า ได้รับบาดเจ็บ ในเกมเยือน

มิดทิลแลนด์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นทำให้ “หงส์แดง” มีตัวเลือกในเกมรุกเพียงแค่ 3 ประสาน “หิน เหล็ก ไฟ” ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เท่านั้น ส่วน ทาคุมิ มินามิโนะ กับ ดิว็อค โอริกี้ ยังพึ่งพาไม่ได้ แนวรุก “เอสเอ็มเอฟ” (SMF)

ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ไล่ต้อน “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ 7-0 ที่สนามเซลเฮิร์สท์ พาร์ค ก่อนที่จะถึงช่วงคริสต์มาส และหลังจากนั้นทุกอย่างก็กลับตาลปัตร กลายเป็นว่าพวกเขาแทบจะไม่สามารถช่วยยิงประตูได้เลย เหตุผลที่จะนำมาใช้อ้างได้ในเวลานี้

ก็คือ ลิเวอร์พูล เจอโปรแกรมติดต่อกันและ คล็อปป์ ไม่มีตัวเลือกในเกมรุกมากนักจึงต้องส่ง 3 คนนี้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจบเกมเอฟเอ คัพ ทั้ง มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ มีเวลาพักฟื้นร่างกายมากกว่านักเตะ “ผีแดง” ซึ่งเพิ่งลงสนามในเกมตกค้างเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

 

อ่านข่าวอื่นๆได้ที่ >>> UFABETWINS
หน้าแรก >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS คิง เพาเวอร์, เลสเตอร์ ซิตี้ ร่วมส่งพลัง “รอยยิ้ม” ผ่านภาพยนตร์โฆษณา “THAILAND SMILES WITH YOU”

UFABETWINS คิง เพาเวอร์ และ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ร่วมส่งพลัง ‘รอยยิ้ม’

ส่งกำลังใจ สร้างความหวัง จากคนไทยถึงคนทั่วโลกผ่านภาพยนตร์โฆษณา THAILAND SMILES WITH YOU กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจท่องเที่ยวและค้าปลีกระดับโลก ร่วมกับสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ตอกย้ำพลังรอยยิ้มคนไทย ในโครงการ THAILAND SMILES WITH YOU #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ส่งถึงคนไทยและทั่วโลกอีกครั้ง ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด ‘Smile at your home ground’ ส่งกำลังใจ ความหวังเพื่อความไม่ย่อท้อและรอคอยแสงสว่างที่UFABETWINS

ปลายอุโมงค์ ให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน จากที่ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ริเริ่มโครงการ THAILAND SMILES WITH YOU #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการจดจำชื่อ ‘ประเทศไทย’ กับทั่วโลกในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งโดยภาพรวมของโครงการ คือการสร้างกำลังใจ และการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านกีฬาฟุตบอล หนึ่งในกีฬาที่คนทั่วโลกสนใจติดตาม โดยนำสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกของประเทศ

อังกฤษ มาร่วมสื่อสารโครงการฯ ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การจัดทำเสื้อ ‘ THAILAND SMILES WITH YOU’ สำหรับชุดแข่งของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ตลอดฤดูกาล 2020-2021 โดยนักเตะสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ใส่ชุดแข่งดังกล่าวให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกกว่า 212 ประเทศ 643 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นการสื่อสารในระดับสากล ในประเทศไทย โครงการฯ ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ และได้เป็นผู้ริเริ่มการสร้างช่องทางให้คนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัคซีนอาร์เอนเอ เพื่อกระตุ้น

ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ของคณะวิทยาศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และโครงการเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 อื่นๆ ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ด้วยการจัดทำเสื้อรุ่นพิเศษ ‘THAILAND SMILES WITH YOU’ โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายเสื้อจำนวน 10,000 ตัวจะสมทบเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว และการตอกย้ำครั้งสำคัญก่อนเข้าสู่ปีใหม่ เพื่อเป็นกำลังใจให้เกิดความหวัง ผลักดันให้ทุกคนมองไปข้างหน้ารอแสงสว่างที่ปลาย

อุโมงค์ร่วมกัน โครงการ THAILAND SMILES WITH YOU โดย คิง เพาเวอร์ จึงนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาชุด ‘Smile at your home ground’ ที่นำเสนอเรื่องราวจากชีวิตจริงของผู้คนจากหลากหลายอาชีพที่ต้องเผชิญอุปสรรคมากมายภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านอุโมงค์อันมืดมิดที่ทอดยาวมาตลอดปี และกำลังต้องมุ่งหน้าต่อไปเพื่อให้พบกับ ‘ความหวังที่เป็นแสงสว่าง’ เพื่อที่จะกลับสู่สนามชีวิตดังเดิมในที่สุด โดยในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ได้

หยิบยกเรื่องราวของหลากหลายอาชีพเพื่อสื่อสารถึงแนวคิดสำคัญในการเผชิญอุปสรรคและสร้างกำลังใจ ความหวัง ให้ตัวเองอีกครั้ง นางกุสุมา ทองคำพูล รองหัวหน้ากุ๊กครัวไทย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “พี่ไม่เคยท้อ และไม่เคยร้องไห้เลยนะ เพราะพี่เชื่อในอาชีพของพี่ และมั่นใจว่าจะได้กลับมาทำงานที่เรารักได้เหมือนเดิม พี่เป็นแม่ครัวที่นี่มา 15 ปีแล้ว ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง พี่และเพื่อนๆอีกกว่า 200 ชีวิตยังมีความหวังอยู่ว่าจะได้กลับมาเปิดครัวทำในสิ่งที่

UFABETWINS

เรารักอีกครั้ง และได้เจอเพื่อนๆ ที่เป็นเหมือนครอบครัว” วัชรา ดำสมุทร ผู้จัดการเรือ บริษัท แปซิฟิก ฮอลิเดย์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “พยายามคิดแต่สิ่งที่ดีๆ ครับ คิดถึงวันข้างหน้าไว้เสมอ มองไปข้างหน้าอย่างเดียว ผมมองไปไกลแล้วครับ ผมไม่ได้มองอยู่แค่โควิด ผมจึงไม่เคยท้อ ผมสู้ต่อ โชคชะตาข้างหน้าไม่แน่นอน เราคิดว่า โควิดก็เหมือนเป็นด่านทดสอบ ที่เราต้องคิดหาวิธีว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร” อาธากร สุดเวหา นักแสดงหุ่นละครเล็ก โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

รางน้ำ กล่าวว่า “คณะเราอยู่กันแบบครอบครัว ให้กำลังใจกันตลอด ก็บอกกันเสมอว่าอย่าไปท้อ เดี๋ยวสักวันหนึ่งเราก็จะกลับมารวมกันเหมือนเดิม ได้กลับมาทำงานที่เรารัก คนในคณะก็เลยไม่มีใครท้อหรือยอมแพ้ทุกคนต่างเฝ้ารอและมีความหวังว่าจะได้กลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง” ทั้งนี้ โครงการ THAILAND SMILES WITH YOU เป็นโครงการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดทำขึ้นด้วยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมกับกระทรวง

การท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการช่วยบรรเทา สนับสนุน และสร้างเสริมโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน ซึ่งภาพยนต์โฆษณาชุดนี้จะเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษผ่านช่องทางการสื่อสารของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โดยเริ่มเผยแพร่แล้วตั้งแต่วันนี้ และสำหรับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19

 

คลิ๊กเลย >>>  UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล

UFABETWINS พรีเมียร์ลีกไฟดับ

UFABETWINS อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่มีมูลค่าสูงและมีมาตรฐานเป็นมืออาชีพเเบบเต็มรูปแบบ

ในช่วงปลายยุค 90s สนามฟุตบอลของแต่ละทีมมีการต่อเติมให้ใหญ่ขึ้น ปรับปรุงพื้นที่เพื่อการบริการทางด้านต่างๆ แม้กระทั่งสนามหญ้าที่ใช้แข่งก็เนียนกริบสวยงาม มีน้อยครั้งมากที่สนามจะเละเทะเหมือนในช่วง 10 กว่าปีก่อนหน้านั้น เหตุผลที่พวกเขาต้องทำทุกอย่างให้เพอร์เฟ็กต์ก็เพราะว่ามันมีเรื่องการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง มันคือการสร้างภาพลัษณ์ในการเป็นผู้นำด้านโลกฟุตบอล ดังนั้นการจะปล่อยให้เเข่งๆอยู่แล้วไฟดับขึ้นมาเฉยๆนั้น เป็นเรื่องที่ดูแล้วสวนทาง

กับวิสัยทัศน์และแนวทางปฎิบัติที่พวกเขาพยายามจะทำมาตลอดแบบสุดๆ อย่างไรก็ตาม “ไฟดับ” ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นอยู่ดี และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว มีการบันทึกเอาไว้ว่าเกมที่เกิดเหตุคือเกมที่ เวสต์แฮม เปิด อัพทัน พาร์ค พบ คริสตัล พาเลซ ในปี 1997-98 ในเกมเกมนั้นใครดูก็รู้ว่า เวสต์แฮม ที่มี เทรเวอร์ ซินแคลร์,จอห์น ฮาร์ทสัน,แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องเป็นทีมที่ดูเป็นต่ออย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเล่นในบ้านอย่างไรเสียโอกาส

UFABETWINS

ชนะก็ต้องสูงขึ้นไปอีกแน่ๆทว่า พาเลซ ในฐานะมวยรองกลับมาพลิกขึ้นนำ เวสต์แฮมไป 2-0 ในช่วงครึ่งแรก ณ เวลานั้นดูเหมือนว่า “บอลรอง” จะต้องเข้าวินอย่างแน่แท้ ทว่าหลังจากครึ่งหลังเริ่มขึ้น เวสต์แฮม เร่งเครื่องกลับมาเล่นดีมีทรงได้ 2 ประตูรวดตีเสมอได้จาก จอห์น ฮาร์ทสัน และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด และยังเหลือเวลาอีก 25 นาทีให้พวกเขาไล่ล่าประตูชัย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “พรึบ” ไฟดับทั้งสนามโดยไม่ทราบสาเหตุ ซ่อมยังไงพยายามแค่ไหนแสงสว่างก็ยังไม่เพียงพอ ไม่

สามารถแข่งต่อได้จนเกมต้องยุติการแข่งขันไปในท้ายที่สุด ในตอนแรกผู้คนพยายามหาสาเหตุของมัน ว่ามาจากอุบัติเหตุหรืออะไร เพราะในฐานะการเป็นลีกมาตรฐานสูงอย่างพรีเมียร์ลีก ปัญหาเรื่องไฟฟ้าควรจะเป็นปัญหาสุดท้าย ก่อนจะพบว่า “การพนัน” คือเบื้องหลังของเรื่องนี้ เหตุผลก็คือ ว่ากันว่าถ้าสามารถดับไฟสำเร็จจนเกมนั้นยุติลง “การเดิมพัน” ของเว็บพนันนั้นจะถูกคิดตามผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นเลย นั่นเท่ากับว่าการดับไฟจะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงกับที่

“โต๊ะบอล” จะเป็นฝ่ายเสีย และกรณีในเกมระหว่าง เวสต์แฮม vs พาเลซ ก็สามารถนำมายกเป็นตัวอย่างได้ เพราะในเกมนั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่ เวสต์แฮม เจ้าบ้านเป็นต่อตามราคา โดยขุนค้อน ต้องชนะเท่านั้น ผู้เดิมพันฝั่งพวกเขาจึงได้เป็นฝ่ายชนะพนัน ถ้าเสมอหรือแพ้โต๊ะกินเรียบ(โดยธรรมชาติคนชอบแทงบอลต่อ) ดังนั้นการที่ เวสต์แฮม ตีเสมอ 2-2 และทำท่าเกมจะพลิกอยู่รอมร่อ

มีโอกาสที่จะทำให้โต๊ะเจ๊งจากผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น นั่นเอง การตัดไฟจึงมีประโยชน์สำหรับโต๊ะบอลจากฝั่งเอเชียขึ้นมา เมื่อผลการแข่งขันถูกยุติลงระหว่างที่สกอร์อยู่ที่ 2-2 เท่ากับว่า “โต๊ะกินเรียบ” ไปตามระเบียบ ส่วนเกมจะไปแข่งต่อหรือไม่อย่างไรก็สุดแท้เเล้วแต่ FA จะกำหนด ส่วนโต๊ะบอลสบายยิ้มแฉ่งไปแล้วจากเกมที่ยกเลิกไปเพราะไฟดับนั่นเอง หลักการคิดเงินง่ายๆ การ

แข่งขันจบลงตอนไหน ก็ตัดสินกันตามผลสกอร์นั้น… และมันก็ทำให้ลัทธิการตัดไฟเพิ่มขึ้นในลีกต่างๆของยุโรป โดยเฉพาะในลีกเล็กลีกน้อย ที่มีข้อมูลตีแผ่ออกมาเป็นระยะๆ นี่ไม่ใช่การจับเเพะชนเเกะ เพราะหลังจากเกม เวสต์แฮม และ พาเลซ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามหาวิธีดับไฟสนามต่างๆมากขึ้น เช่นเกมระหว่าง วิมเบิลดัน กับ อาร์เซน่อล และเมื่อเกิดขึ้นถี่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็

ไม่อยู่เฉย พวกเขาได้สืบเกี่ยวกับ ขบวนการตัดไฟในสนามการเพื่อเอื้อเว็บพนันนี้มาตลอด ก่อนที่อีกหนึ่งปีต่อมา จะเจอตัวคนลงมือตัดไฟจริงๆ หลังเตรียมก่อเหตุในเกมระหว่าง ชาร์ลตัน กับ ลิเวอร์พูล ในปี 1998 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ 4 คน เป็นชาวจีน 1 คน เป็นชาวมาเลเซีย อีก 2 คน หากหลายคนสงสัยว่าชาวต่างด้าวเหล่านี้เขาไปตัดไฟในสนามฟุตบอลระดับอาชีพได้อย่างไร

เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว เพราะคนที่โดนจับคนที่ 4 ที่ชื่อว่า โรเจอร์ เฟิร์ธ เขาคือเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของสนาม เดอะ วัลเล่ย์ รังเหย้าของ ชาร์ลตัน นั่นเอง โดยเฟิร์ธ กล่าวหลังโดนจับว่าหลังจากเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าเมื่อ 18 เดือนก่อน เขาได้รับเงินจาก “คนปริศนา” เป็นจำนวน 2 หมื่นปอนด์(ราว 1 ล้านบาท) ให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ลูกจ้างชาวมาเลเซียเข้าสู่พื้นที่

เพื่อทำการตัดไฟตามใบสั่งในกรณีที่ผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่เว็บพนันต้องการ “คุณไม่มีทางต้านอำนาจเงิน 20,000 ปอนด์ได้เลย” เฟิร์ธ ว่าไว้เช่นนั้นและนั่นคือเหตุผลที่เขาทรยศต่อความไว้วางใจจากสโมสรที่จ้างงานเขามาเป็นระยะเวลาถึง 4 ปี ขณะที่ชาวจีนและมาเลเซียที่โดนจับ ก็โดนโทษติดคุกไปตามๆกันสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การเปิดโปงครั้งนี้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการตัดไฟของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษโดยสิ้นเชิง มีการดูแลกำชับเรื่องไฟสนามเป็นอย่างดี และมีมาตรการ

ป้องกันการล้มบอลแบบเต็มรูปแบบ แม้ว่าหลังจากนั้นจะมีเกมบางเกมที่ไฟดับบ้างอย่างเช่นเกมที่สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของ ซันเดอร์แลนด์ ที่พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ 4 ปีก่อน แต่ในเกมนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริงและทีมงานสนามก็สามารถทำให้ไฟกลับมาใช้ได้อีกครั้งในไม่กี่นาทีจนกลับมาเเข่งขันได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามในลีกดังไม่มี ก็ใช่ว่าการพนันบอลจะเข้าไม่ถึงฟุตบอลอาชีพแต่อย่างใด มีการเปิดเผยว่ามีเครือข่ายจากสิงคโปร์โดยมาเฟียล้มบอลที่ชื่อว่า แดน ตัน ที่เคยล้มบอลด้วยวิธี

UFABETWINS

การต่างๆมากมาย ทั้งการสั่งนั่งเตะที่ลงสนามในเกมนั้นๆล้มบอล โดยมีหลักฐานชัดเจนในช่วงปี 2009 ในฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย บี ที่จ้าง มาร์โก เปาลินี่ ผู้รักษาประตูของเครโมเนนเซ่ ให้วางยาในขวดน้ำของเพื่อนร่วมทีมทุกคน โดยข้อแลกเปลี่ยนคือการยกหนี้ให้เพราะ เปาลินี่ เป็นคนที่ติดหนี้พนันกับเขา นอกจากนี้ยังมีการซื้อกรรมการ ซื้อสโมสรเอง หรืออะไรต่อมิอะไรต่างๆมากมายเกิดขึ้น

จนทำให้ทุกวันนี้การล้มบอลยังไม่หมดไปจากโลกฟุตบอลอย่างหมดจด แม้ว่าลีกใหญ่ๆจะรอด แต่ลีกเล็กๆบางทีพวกเขาก็ยอมแพ้อำนาจของเงินที่จำนวนมากกว่าการส่งทีมแข่งขันและได้เเชมป์เสียอีก สิ่งเดียวที่จะทำให้การพนันหายไปได้คือทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมีจิตสำนึกไม่ว่าจะตัวนักเตะ กรรมการ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องรู้ตัวว่าหน้าที่พวกของพวกเขาไม่ใช่แค่การรับเงินค่าจ้างและทำให้มันจบๆไป แต่มันมาพร้อมๆกับการแบกรับความรักความศรัทธาที่แฟนๆทั่วโลกมีต่อฟุตบอลอีกด้วย

 

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล

UFABETWINS “อัลเลน ไอเวอร์สัน” : ผู้นำวัฒนธรรมฮิปฮอปเข้าสู่ NBA อย่างเป็นทางการ

UFABETWINS กล่าวถึงกีฬาที่ใกล้ชิดกับดนตรีฮิปฮอปมากที่สุด คงหนีไม่พ้น บาสเกตบอล ภาพแร็ปเปอร์ชื่อดังชมการแข่งขัน NBA ไม่ใช่ข่าวแปลกตา

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า วัฒนธรรมฮิปฮอป เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกีฬานี้ได้อย่างไร? คำถามนี้มีคำตอบหนึ่งเดียวคือ อัลเลน ไอเวอร์สัน นักบาสเกตบอลเจ้าของฉายา “The Answer” ที่ไม่เพียงสร้างความมหัศจรรย์ในฐานะนักกีฬา แต่ตัวตนที่หล่อหลอมจากเพลงฮิปฮอป ส่งผลให้แฟชั่นของ

นักบาสเกตบอลทั่ว NBA เปลี่ยนไปตลอดกาล Main Stand เสนอเรื่องราวอีกด้านของ อัลเลน ไอเวอร์สัน ถึงบทบาทการพาวัฒนธรรมฮิปฮอป เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวงการบาสเกตบอล และยังคงส่งอิทธิพลต่อนักกีฬารุ่นหลังจนถึงทุกวันนี้ วัฒนธรรมที่หล่อหลอม อัลเลน ไอเวอร์สัน เกิดในเมือง

แฮมป์ตัน รัฐเวอร์จิเนีย ครอบครัวของเขาไม่สมบูรณ์แบบนัก ไอเวอร์สันอาศัยอยู่กับ แอน ไอเวอร์สัน คุณแม่ซิงเกิลมัมอายุ 15 ปี และพ่อเลี้ยงชื่อ ไมเคิล ฟรีแมน ที่เคยถูกจับกุมจากข้อหาขายยาเสพติดให้เด็กมัธยม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ไอเวอร์สันเติบโตมาในสังคมแบบใด เขาถูกจับตั้งแต่อายุ 13

ปีด้วยข้อหาทำร้ายร่างกายจากการใช้เก้าอี้ฟาดหัวผู้หญิงผิวขาวที่ลานโบว์ลิ่ง ไอเวอร์สันติดคุกอยู่ 4 เดือน หลังพ้นโทษออกมาเขาตั้งใจเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ในฐานะนักบาสเกตบอลที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ “ผมเติบโตมาจากชุมชนที่กีฬาคือราชา โดยเฉพาะกีฬาในไฮสคูล” สตีฟ เจมส์ ผู้กำกับ

UFABETWINS

สารคดี No Crossover: The Trial of Allen Iverson เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองแฮมป์ตัน “หากมองเด็กที่มีภูมิหลังยากลำบาก อัลเลน ไอเวอร์สัน คือผู้รอดชีวิต ผมหมายถึง มีอีกหลายคนที่มีพรสวรรค์แบบไอเวอร์สัน แต่ไม่สามารถไปได้ไกลถึงมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์และ NBA” ปี 1994

ไอเวอร์สันเดินทางสู่กรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในฐานะนักบาสเกตบอลประจำสถาบัน เขาแจ้งเกิดจากการคว้ารางวัลผู้เล่นใหม่ยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 1994-95 ของ Big East Conference และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่น่าจับตาในบาสเกตบอลระดับ

คอลเลจ อันที่จริง ไอเวอร์สันคือนักกีฬาชื่อดังตั้งแต่อยู่เมืองแฮมป์ตัน เขาอยู่ในทีมบาสเกตบอลและอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียนประจำเมือง ไอเวอร์สันคว้าแชมป์การแข่งขันระดับรัฐเวอร์จิเนีย พร้อมตำแหน่งผู้เล่นประจำปีจากทั้ง 2 กีฬา แต่ไม่ว่าเขาจะทำดีแค่ไหน ไอเวอร์สันไม่เคยได้รับการ

ยอมรับจากคนขาว เนื่องจากประวัติอาชญากรรมที่เคยก่อ “เขามีชื่อเสียงมาก (ในแฮมป์ตัน) แต่มีหลายคนที่มองว่าเขาคือนักกีฬาที่หยิ่งผยอง โดยเฉพาะในชุมชนคนขาว พวกเขามองว่า ดูไอ้เด็กคนนั้นสิ นี่คือตัวอย่างที่คนพวกนี้เป็น” สตีฟ เจมส์ กล่าว ความแบ่งแยกที่เกิดขึ้นในเมืองแฮมป์ตัน

สะท้อนกลับเป็นความภูมิใจในวัฒนธรรมคนผิวดำของไอเวอร์สัน เขาไม่ปิดบังความเป็นแก๊งสเตอร์ที่มีในตัว ไอเวอร์สันมีรอยสักเต็มสองแขน, ทำผมทรงเปียคอร์นโรว์, ใส่สร้อยเส้นใหญ่ติดตัวไปทุกที่ และแน่นอน เป็นแฟนเพลงฮิปฮอปเดนตาย ไอเวอร์สันซึมซับวัฒนธรมฮิปฮอปอีสต์โคสต์

ซึ่งมีศูนย์กลางในมหานครนิวยอร์ก เมืองทางตอนเหนือจากกรุงวอชิงตัน ดีซี เขามีศิลปินในดวงใจเป็นแร็ปเปอร์ชื่อดังต้นยุค 90s ชื่อของ Jadakiss, The L.O.X. และ Redman คือฮีโร่ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตไอเวอร์สัน ไม่ต่างจาก ไมเคิล จอร์แดน นักบาสระดับตำนานที่เป็นแรงบันดาลใจให้หลงรัก

กีฬานี้ “ผมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป เพราะว่านี่คือตัวตนของผม” ไอเวอร์สันให้สัมภาษณ์กับ Vibe “ผมได้สิ่งเหล่านี้มาจาก Snoop Dogg, N.W.A, Nas, B.I.G., Tupac และคนอื่นๆ ผมเติบโตมากับเพลงของ Jadakiss, The L.O.X., Redman โดยเฉพาะ Redman ผมเป็นแฟนตัวยง

ของเขา ผมคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮิปฮอป และเต็มใจจะเป็นใครสักคนที่เผยแพร่ฮิปฮอปออกไปในทางที่ดี” นักบาสหัวขบถและกฎของ NBA ปี 1996 อัลเลน ไอเวอร์สัน ถูกดราฟต์เข้าสู่ NBA ในฐานะผู้เล่นอันดับหนึ่งโดยทีม Philadelphia 76ers การเข้าสู่ NBA ของเขาสร้างความตื่นเต้น

แก่แฟนบาสเกตบอลทั่วสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ใช่กับลีกที่เริ่มมองเห็นว่าผู้เล่นหัวขบถรายนี้อาจสร้างปัญหากับพวกเขา ย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น วัฒนธรรมฮิปฮอปขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่ NBA นำเสนอ แม้กีฬาบาสเกตบอลจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่วัยรุ่นผิวดำชาวอเมริกันยึดถือมากที่สุด แต่ NBA

UFABETWINS

มองว่าเพลงฮิปฮอปคือสัญลักษณ์ของการต่อต้าน พฤติกรรมเช่น พ่นสีกราฟฟิตี้, เต้นเบรคแดนซ์ หรือบทบาทดีเจ รวมถึงเอ็มซี ที่เกี่ยวข้องกับการทำเพลงแร็ปยังไม่ได้รับการยอมรับในลีก NBA พยายามโปรโมต ไมเคิล จอร์แดน ในฐานะนักกีฬาบาสเกตบอลที่สมบูรณ์แบบ และต้องการให้

นักบาสคนอื่นเป็นแบบนั้น โชคร้ายที่ไอเวอร์สันไม่ใช่คนที่ใครจะควบคุมได้ เขาเดินทางสู่สนามบาสเกตบอลด้วยแฟชั่นที่วงการนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ไอเวอร์สันใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่โคร่งคร่าง มีสร้อยคอเพชรวิบวับเป็นเครื่องประดับ สวมหมวก Do-rag

(หมวกซึ่งมีลักษณะกึ่ง ๆ ผ้าโพกศีรษะ) พร้อมหูฟังขนาดใหญ่ เขาดูเหมือนคนที่กำลังไปชมคอนเสิร์ตฮิปฮอปมากกว่านักบาสที่เตรียมตัวลงแข่งขันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS การพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเวทีพรีเมียร์ลีกของ “แพตทริก แบมฟอร์ด”

UFABETWINS เชื่อว่าชื่อของ แพตทริก แบมฟอร์ด กองหน้าของ ลีดส์ ยูไนเต็ด จะเริ่มเป็นที่รู้จักของใครหลายคนหลังการระเบิดแฮตทริกใส่ แอสตัน วิลลา

ในศึกพรีเมียร์ลีก ทีมของ มาร์เซโล บิเอลซา เจองานไม่ง่ายเมื่อพวกเขาต้องไปเยือนสิงห์ผยองถึงวิลลา ปาร์ค สถานที่ที่เคยขุดหลุมฝังนักเตะลิเวอร์พูลชนิดตายไม่มีฟื้นมาแล้วด้วยสกอร์ 7-2 เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่ท้ายที่สุดทีมยูงทองก็สามารถยัดเยียดควมปราชัยนัดแรกของฤดูกาลให้กับ

ลูกทีม ดีน สมิธ ได้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่าสกอร์ที่ออกมา 3-0 นั้นมาจากนักเตะที่ชื่อ แพตทริก แบมฟอร์ด ซึ่งก็มีคำถามตามมาว่าหมอนี่เป็นใครและทำไมบิเอลซาจึงมอบความไว้วางใจให้ลงทำหน้าที่ล่าตาข่ายให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด จริงๆแล้วเวทีพรีเมียร์ลีกกับกองหน้าวัย 27 ปีนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้า

กันสักเท่าไหร่เพราะเจ้าตัวเคยผ่านสมรภูมิแข้งกันดุเดือดนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะย้ายไปพำนักในถิ่นเอลแลนด์ โรด แบมฟอร์ดนั้นก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัวกับเชลซีเมื่อปี 2012 หลังจากที่แจ้งเกิดในอะคาเดมีของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าการที่ดาวรุ่ง

คนหนึ่งจะเบียดทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์อย่าง สิงห์บลูส์ ขึ้นมามีชื่อในทีมชุดใหญ่ได้ หากไม่ใช่ฝีเท้าระะดับ ลีโอเนล เมสซี ก็ยากที่ประสบความสำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าตัวจึงโดนปล่อยยืมให้กับเอ็มเค ดอนส์ ในลีกวัน โดยเล่นที่นั่น 2 ซีซั่น ก่อนจะอัปตัวเองขึ้นมาเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และ มิดเดิลสโบรช์ ในอีก 2 ซีซั่นถัดมา ในซีซั่น 2015-2016 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ แพตทริก แบมฟอร์ด เมื่อเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมในระดับพรีเมียร์ลีกถึง 2 สโมสรในรูปแบบของการยืมตัว โดยครึ่งซีซั่นแรกลงเล่นให้คริสตัล พาเลซ ก่อนที่ในครึ่งหลังจะโยกไปนอริช

ซิตี้ ที่กำลังลุ้นหนีตาย โดยได้รับโอกาสจากทั้งสองทีมรวมกัน 13 เกม แต่ไม่สามารถยิงประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียว แม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ด้วยดีกรีที่ยังคงมีติดตัวมาจากลีกรองและเครดิตจากอะคาเดมีของเชลซี ทำให้เบิร์นลีย์ตัดสินใจยืมตัวแบมฟอร์ดไปช่วยงานในซีซั่น 2016-2017

UFABETWINS

แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมของ ฌอน ไดช์ ได้ก่อนที่จะถูกทางต้นสังกัดเรียกตัวกลับในเดือนมกราคม 2017 ทำได้เพียงการลงเล่น 6 นัดชนิดที่ไร้สกอร์เช่นเคย ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก 19 นัดของกองหน้าวัย 23 ปีในเวลานั้นอาจจะถือได้ว่ายังไม่มากพอที่จะสามารถพิสูจน์

ความสามารถที่แท้จริงได้ แต่ก็ยังคงมีคนที่มองเห็นคุณค่าอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นมิดเดิลสโบรช์อีกหนึ่งทีมที่กำลังลุ้นหนีการตกชั้นอย่างหนักในตอนนั้น และเป็นสโมสรที่เขาเคยร่วมงานด้วยในสมัยเล่นในแชมเปี้ยนชิพนำทัพโดย ไอตอร์ การันกา อดีตดาวเตะชื่อดังของเรอัล มาดริด โดยได้ติดต่อ

เข้ามาเพียงไม่กี่วันหลังกลับมาจากเบิร์นลีย์พร้อมด้วยข้อเสนอ 5.5 ล้านปอนด์ในการขอซื้อขาดถาวร ครั้งนี้แม้ว่า เดอะ โบโร จะไม่สามารถยืนหยัดในพรีเมียร์ลีกได้ แต่แบมฟอร์ดก็สามารถเบิกสกอร์แรกของตัวเองในลีกสูงสุดได้สำเร็จในเกมที่เจอกับเซาแธมป์ตันเมื่อเดือนพฤษภาคม

จบซีซั่นนั้นเขาได้ลงสนาม 8 นัดและยิงได้ 1 ประตู การลงไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่น 2017-2018 พร้อมด้วยประสบการณ์ 2 ปีในพรีเมียร์ลีก ทำให้เขาเริ่มฉายแววดาวยิงขึ้นมา โดยสามารถกดประตูให้มิดเดิลสโบรช์ไป 13 ลูกจากการลงสนาม 44 นัดในทุกรายการ ซึ่งไฮไลท์ที่

สำคัญคือการระเบิดแฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้งในเดือนมีนาคมในเกมที่เจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดปัจจุบัน แม้ว่าในซีซั่นนั้น โบโรจะก้าวไปถึงรอบเพลย์ออฟแต่พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่นั้น เมื่อโดน แอสตัน วิลล่า เขี่ยตกรอบไปอย่างเจ็บปวด ด้วยฟอร์มอันไฉไลเช่นนี้ทำให้แบมฟอร์ดได้

ย้ายมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมยูงทองในซีซั่น 2018-2019 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสามของสโมสรต่อจาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จากนั้นเจ้าตัวก็เริ่มสร้างตำนานบทใหม่ในอาชีพค้าแข้งของตัวเองด้วยการลงเล่นในเดอะ แชมเปี้ยน

ชิพ 67 เกมยิงไปทั้งหมด 25 ประตู และมีส่วนสำคัญในการพายูงทองคว้าแชมป์เลื่อนชั้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดฤดูกาลที่ผ่านมาแฟนบอลของลีดส์และกูรูหลายคนต่างมองว่ากองหน้าวัย 27 ปียังไม่ดีพอที่จะเล่นในลีกสูงสูดได้ เพราะแม้ว่าเมื่อซีซั่นก่อน

เขาจะมีส่วนสำคัญในการช่วยพาทีมเลื่อนชั้น แต่เจ้าตัวก็โดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการใช้โอกาสเปลือง ถึงขนาดที่ เอ็ดดี้ เกรย์ และ เดวิด โอเลียรี 2 ปูชนียบุคคลของทีมจากยอร์คเชียร์ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่า ทีมของพวกเขาต้องการกองหน้าระดับท็อปหากต้องการให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้น

ดูเหมือนว่าคำแนะนำนี้จะไปเข้าหูของ มาร์เซโล บิเอลซา เมื่อในเวลาต่อมาเขาจัดการทุบสถิติของสโมสรด้วยการทุ่มเงิน 26 ล้านปอนด์ดึง โรดริโก โมเรโน หัวหอกวัย 29 ปีจากบาเลนเซีย มาล่าตาข่ายให้กับทีมในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งหลายคนมองว่าอนาคตของแบมฟอร์ดอาจจะจบลงในไม่ช้า

แต่ดาวยิงยูงทองก็จัดการตอบโต้เสียงวิจารณ์ตั้งแต่เกมแรกในการกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกของเขาด้วยการซัดประตูแรกของตัวเองใส่ “แชมป์เก่า” อย่าง ลิเวอร์พูล ก่อนจะพ่ายไปอย่างสุดมัน 3-4 ในเกมที่ถือได้ว่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่มา จากนั้นแบมฟอร์ดก็ยิงได้อีก 2 ประตู

UFABETWINS

ใน 4 เกม ก่อนจะมาระเบิดแฮตทริกแรกในพรีเมียร์ลีกกับแอสตัน วิลล่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้จนถึงตอนนี้เจ้าตัวยิงไปแล้ว 6 ประตูจากการลงสนาม 6 เกม ก้าวขึ้นมารั้งรองดาวซัลโวของลีกเป็นที่เรียบร้อย จากจำนวนสกอร์ดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่สองในประวัติศาสตร์ของ

ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สามารถยิงได้ 6 ประตูจาก 6 เกมแรกในลีกสูงสุดทาบรอยเท้าของตำนานอย่าง เอริค คันโตนา ที่เคยทำไว้เมื่อปี 1992-1993 และ 6 ประตูที่ว่าก็คือครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดที่ลีดส์ยิงได้ในการกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ แม้ว่าเส้นทางในฤดูกาลนี้ยังอีกไกล แต่นับจากนี้ชื่อ

ของ แพตทริก แบมฟอร์ด คงจะกลายเป็นที่จับตามองของบรรดากองหลังในลีกอย่างไม่ต้องสงสัย เหลือเพียงการรักษาฟอร์มการเล่นให้คงเส้นคงวาและยิงประตูอย่างต่อเนื่อง เมื่อจบฤดูกาล แบมฟอร์ดก็คงไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกต่อไป

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS ทางตรงไม่ไหวให้ไปทางลัด : “รูลอน การ์ดเนอร์” นักมวยปล้ำลูกชาวนาที่คว่ำราชาผู้ไร้พ่าย 13 ปี

UFABETWINS สหรัฐอเมริกา กับ รัสเซีย (หรือ สหภาพโซเวียต เดิม) ชิงดีชิงเด่นกันทุกเรื่องมาเป็นระยะเวลาช้านานแล้ว

หนึ่งในเวทีที่พวกเขาแสดงออกมาคือโอลิมปิก แม้จะเป็นการแข่งขันที่มีเป้าหมายความเป็นเลิศทางกีฬา ทว่าหากนักกีฬา 2 ชาตินี้เจอกัน ไม่มีใครอยากจะเป็นผู้แพ้ นี่คือเรื่องราวจาก รูลอน การ์ดเนอร์ ลูกชาวนาแห่งหุบเขาชื่อ สตาร์วัลเลย์ ที่เลี้ยงวัวมาเกือบตลอดชีวิต จนได้รู้จักกับมวยปล้ำและ

พยายามกระทั่งติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาไปแข่งโอลิมปิก เพื่อเจอกับคนที่โลกคิดว่า “ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้” เจ้าของฉายา “ไอ้หมีขาว” และ “จักรพรรดิโลกมวยปล้ำ” จาก รัสเซีย อัตราการเดิมพันในวันนั้นคือ 2,000-1 (แทง 1 ได้ 2,000) ซึ่งเป็นอัตราต่อรองที่เรียกอีกแบบว่า

“โต๊ะเก็บกิน” แสดงถึงความห่างชั้น ทว่าสุดท้ายแล้ว รูลอน จาก สตาร์วัลเลย์ กลับเป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จด้วยกลยุทธ์บางอย่างที่จักรพรรดิต้องเป็นงง? เขาทำได้อย่างไร? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่ แค่ติดทีมชาติก็เกินฝัน นักกีฬาระดับโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาหลายรายนั้นมักจะเติบโต

มาจากครอบครัวนักกีฬา มีสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขามีแววมีพรสวรรค์แต่เด็ก อย่างไรเสียทุกเรื่องล้วนมีคนที่แตกต่าง หนึ่งในนั้นคือ รูลอน การ์ดเนอร์ นักมวยปล้ำผู้คว้าเหรียญทองระดับ “ประวัติศาสตร์” ที่ในวงการมวยปล้ำสมัครเล่นให้คำจำกัดความว่า “ช็อคที่สุดในโลก”

รายนี้ รูลอน เกิดและโตในหุบเขาที่ชื่อ สตาร์วัลเลย์ ในรัฐไวโอมิง ซึ่งรัฐนี้เองคือแผ่นดินตำนานชาวอเมริกันพื้นเมืองอย่างอินเดียนแดง ก่อนที่ชาวยุโรปจะย้ายเข้ามาและมาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งบรรพบุรุษของครอบครัวการ์ดเนอร์ก็หนึ่งในเฟิร์สคลาส (คนรุ่นแรก ๆ) แห่ง สตาร์วัลเลย์ เช่นกัน

ชีวิตที่นี่ไม่มีอะไรให้หวือหวามากมายนัก เพราะมันรายล้อมไปด้วยความสงบและเต็มไปด้วยธรรมชาติ ตัวของ รูลอน นั้นเป็นลูกคนสุดท้องในครอบครัวเกษตรกรและทำฟาร์มโคนม เติบโตมากับการทำตามทุกสิ่งที่พ่อแม่บอกตั้งแต่การปลูกผัก ถางไร่ ไปจนถึงการรีดนมมัว เรียกได้ว่าเส้นทาง

ชีวิตของเขาคือ คันทรี่บอย ขนานแท้เลยทีเดียว ช่วงเวลาว่างจากฟาร์ม ความสนุกเดียวที่เขาหาได้คือการเล่นต่อสู้กับพี่ชาย ทั้ง 2 คนจะสู้กันในรูปแบบของมวยปล้ำ ซึ่งความได้เปรียบตกเป็นของ รูลอน เพราะเขาคือเด็กยักษ์มาตั้งแต่เกิด อธิบายให้ชัดคือ ร่างกายของเขานั้นพัฒนาได้รวดเร็ว

โตเท่าเด็กอายุมากกว่า 2-3 ปีเลยทีเดียว ซึ่งจากจุดนั้น รูลอน ต่อยอดไปถึงการเป็นนักมวยปล้ำในระดับมัธยม จนกระทั่งระดับมหาวิทยาลัย แต่ปัญหาคือ ตอนนั้นเขาไม่ค่อยมีเทคนิคเพราะอาศัยปล้ำกับพี่ชายตามมีตามเกิด จึงทำให้เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนัก “ตอนเข้ามหาวิทยาลัยผม

เข้าไปแข่งระดับประเทศแต่ก็ไม่ชนะ (ได้ที่ 4 ในการแข่ง NCAA ปี 1993 รุ่น 275 ปอนด์) ตอนนั้นผมคิดว่าจะต่อยอดด้วยการไปเป็นครูหรือเป็นโค้ชมากว่า” รูลอน กล่าวกับ Wyohistory มันอาจจะเป็นจริงตามที่เขาว่า เพราะการแข่งขันโอลิมปิกในปี 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศ

สหรัฐอเมริกา รูลอน ไม่ผ่านการคัดตัว ทำให้เขาได้แต่ดูผ่านโทรทัศน์และได้เห็นนักกีฬาจากรัสเซียที่ชื่อว่า อเล็กซานเดอร์ คาเรลิน คว้าเหรียญทองในรุ่นน้ำหนัก 130 กิโลกรัม ซึ่ง ณ เวลานั้น คาเรลิน ก้าวขึ้นมาในฐานะอันดับ 1 ของโลกอย่างไร้ข้อสงสัย เพราะนี่คือเหรียญทองเหรียญที่ 3 ของเขา

แล้วสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก หลังเคยได้มาก่อนหน้าในปี 1988 และ 1992 การได้เห็นคนเก่งอย่าง คาเรลิน ปลุกไฟในตัวของเขาขึ้น ช่วงเวลา 4 ปีหลังจากพลาดหวัง รูลอน เข้าโหมดฝึกทักษะแบบเต็มรูปแบบเพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่ขาดหายไป ร่างกายที่ทำงานฟาร์มมาตลอดชีวิตแข็งแกร่งอยู่แล้ว

การเหลาทักษะคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นนักปล้ำฝีมือดีขึ้นมาบ้าง แม้จะไม่ได้ชนะระดับประเทศ แต่ที่แน่ ๆ ความพยายามในการยกระดับตัวเองครั้งนี้ รูลอน สามารถคัดตัวไปแข่งมวยปล้ำโอลิมปิก ที่นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ในรุ่น 130 กิโลกรัมได้สำเร็จ อเมริกา นั้นไม่เคยหวังอะไรน้อยกว่า

เหรียญทอง พวกเขาต้องการเป็นเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกทุกครั้ง เพราะมันเป็นการแสดงออกทางสัญลักษณ์ถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศ กระนั้นสำหรับ รูลอน เขาเองไม่ใช่ตัวความหวังอะไรของทีมมวยปล้ำ เพราะนอกจากรุ่นน้ำหนักของเขาจะมีคนมาเข้าคัดตัวน้อยแล้ว ข่าวร้ายก็

คือ รัสเซียส่ง คาเรลิน แชมป์คนเดิมกลับมาแข่งในรุ่นน้ำหนักนี้อีกครั้ง … โอกาสชนะแทบไม่มี แต่ถึงอย่างนั้นการติดทีมชาติก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เกินคาดแล้ว ที่เหลือจากนี้คือประวัติศาสตร์เท่านั้นที่รออยู่ เหรียญทองไม่เกี่ยวใส่เดี่ยวได้หมด การแข่งขันมวยปล้ำโอลิมปิก 2000 รุ่นน้ำหนัก

130 กิโลกรัม นั้นมีการแข่งขันทั้งหมด 2 รอบ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม 6 กลุ่ม แชมป์แต่ละกลุ่มจะได้ไปต่อในรอบน็อกเอาต์ ซึ่งแชมป์จากกลุ่มที่มี 3 คน จะถูกจับคู่เจอกันเองก่อนในรอบก่อนรองชนะเลิศ หาผู้ชนะเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งแชมป์จากกลุ่มที่มี 4 คน เข้าไปรอก่อนหน้า หาผู้ชนะชิง

เหรียญทอง ผู้แพ้แย่งเหรียญทองแดงปลอบใจ ในรอบแรกมีนักมวยปล้ำที่เด่น ๆ ขึ้นมาหลายคน แน่นอนว่า คาเรลิน เป็นหนึ่งในนั้น เขาชนะรวดในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มและต่อด้วยรอบก่อนรองชนะเลิศ (ต้องแข่งรอบนี้ก่อนเพราะอยู่ในกลุ่มที่มี 3 คน ขณะที่ รูลอน รอในรอบรองชนะเลิศเพราะ

อยู่ในกลุ่มที่มี 4 คน) สถิติโดยรวมจนถึง ณ เวลานั้น เขาไม่เคยแพ้เลยแม้แต่ไฟต์เดียวนับตั้งแต่เข้ามาแข่งขันโอลิมปิก ที่โหดกว่านั้นคือ ตลอดการเป็นนักมวยปล้ำตั้งแต่อายุ 16 ปี คาเรลิน ยังไม่เคยแพ้ใคร จนถึงโอลิมปิกที่ซิดนี่ย์ครั้งนั้นก็เป็นระยะเวลารวมถึง 13 ปี ที่ไม่มีนักมวยปล้ำในโลกคนไหน

ทำให้เขาพลาดท่าเสียทีได้ (แข่งชิงแชมป์ 28 รายการ เป็นแชมป์ทั้งหมด) นั่นคือดีกรีเหรียญทองรุ่น 130 กิโลกรัม มา 3 สมัยซ้อน … อย่าว่าแต่แพ้สักเกมเลย 7 ปีให้หลังเขายังไม่เคยเสียแต้มจากการโดนเหวี่ยง, โดนทุ่ม หรือโดนล็อคเลยแม้แต่แต้มเดียวอีกต่างหาก ขณะที่ รูลอน การ์ดเนอร์

นอกจากแชมป์จังหวัดในช่วงเรียนมัธยมแล้ว ก็ไม่เคยมีเหรียญคล้องคอเขาอีกเลยจนกระทั่งถึงตอนนั้น ข้อมูลดังกล่าวทำให้สื่อหลายสื่อเจาะลึกลงไปในชีวิต คาเลริน และพบว่าเขามีวัยเด็กที่โหดยิ่งกว่า รูลอน การ์ดเนอร์ เยอะ รูลอน อาจจะโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกันไม่กี่กิโลกรัม แต่ คาเลริน คือเด็ก

ยักษ์ตัวจริงเสียงจริง น้ำหนักแรกเกิดคือ 5.5 กิโลกรัม (น้ำหนักเด็กแรกเกิดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.3-2.8 กิโลกรัม) เขาสูง 180 เซนติเมตร หนัก 80 กิโลกรัม ตั้งแต่อายุ 13 ปี และสู้ในมวยปล้ำรุ่นเฮฟวี่เวตมาตั้งแต่อายุ 16 ปี แถมยังได้ฉายาว่า “ไอ้หมีรัสเซีย” ซึ่งมาจากความทรงพลังคว่ำคู่แข่งล้ม

ทิ่มล้มหงายมาจนนับไม่ถ้วน … ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไม่มีใครหวังว่า รูลอน การ์ดเนอร์ จากสหรัฐฯ จะสามารถหักปากกาเซียนอะไรได้ เพราะ คาเลริน นั้นสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องขนาดตัว, ประสบการณ์ และทักษะที่เจนจัด รูลอน เองก็เคยเจอกับ คาเลริน มาแล้วแต่ไม่ใช่ศึกโอลิมปิก เรื่องราวเกิดขึ้น

3 ปี ก่อนการแข่งขันที่ ซิดนี่ย์ ซึ่งตัวของ รูลอน ได้รู้ซึ้งถึงความต่างของระดับ ณ เวลานั้นและทำให้เขาต้องถีบตัวเองครั้งใหญ่ ในการปล้ำเมื่อปี 1997 รูลอน โดน คาเลริน รัดเข้าที่เอวและเหวี่ยงข้ามหัวมาแล้ว แพ้หมดรูปชนิดที่ว่ากระดูกคอของเขาเคลื่อนเลยทีเดียว “ผมเคยปล้ำกับหมอนี่เมื่อ 3 ปี

ก่อน ผมเจอเหวี่ยงหมดทรงไปครั้งสองครั้ง กระดูกสันหลังและกระดูกคอของผมโดนเล่นงาน ไม่ต้องสืบสาวหาความเลย ไอ้หมอนี่เก่งสุด ๆ อย่าให้โดนเขาล็อกเชียวทุกอย่างจะจบในทันที” รูลอน กล่าว แม้จะเคยแพ้แบบหมดรูป โดนจับเหวี่ยงเหมือนกับคนงานในไร่เหวี่ยงกระสอบปุ๋ย แต่ รูลอน

UFABETWINS

กลับมาแข่งรอบนี้ด้วยสติสัมปชัญญะซึ่งดีกว่าที่เคยเป็น รวมถึงมีทักษะดีกว่าการเจอกับ คาเรลิน ครั้งแรกพอสมควร แต่แน่นอนว่า 2 สิ่งที่เพิ่มมาไม่อาจจะทำให้เขาดีกว่า คาเรลิน ที่ชนะอย่างเดียวมา 13 ปี ได้ สิ่งที่จะทำให้เขาเสียเปรียบน้อยที่สุด คือนอกจากพลังทางร่างกายและความคิดแล้ว

เขาต้องสู้อย่างมีแบบแผนและวิธีการ เพื่อเปิดโอกาสชนะของตัวเองให้กว้างขึ้นนั่นเอง อย่างน้อยๆ ขอสู้ให้ดีที่สุดก็พอ ทำไมจะไม่ได้? “หมอนี่ (คาเรลิน) คือคนที่ไม่เคยแพ้ใครมา 13 ปี คงยากจริง ๆ ที่ใครสักคนจะมีโอกาสเอาชนะเขา” รูลอน ว่าเช่นนั้นก่อนที่รอบน็อคเอาต์จะเริ่มขึ้น ทั้ง รูลอน การ์ด

เนอร์ และ อเล็กซานเดอร์ คาเรลิน มาด้วยทรงเดียวกัน คือไม่มีคู่แข่งคนไหนเอาชนะเขาได้ ทั้งคู่ผ่านเส้นทางมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศแบบชิล ๆ ทั้งคู่ และเมื่อถึงนัดชิงเหรียญทองก็เป็นอีกครั้งที่เป็นการเจอกับระหว่างนักกีฬาจากอเมริกาและรัสเซีย (โซเวียตเดิม) ซึ่งมีปมชิงดีชิงเด่นกันทุกเรื่อง

ตั้งแต่เรื่องกีฬายันดาราศาสตร์และวิทยาการ … มันคือศึกที่ใหญ่ยิ่งกว่าเรื่องของการแข่งขัน แต่มันคือศักดิ์ศรีของประเทศ มันคือการแสดงออกทางสัญลักษณ์ของแต่ละประเทศว่า “ข้าชนะและข้ายิ่งใหญ่” ไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ “ข้าคือมหาอำนาจ” แน่นอนว่าตอนนั้นฝั่ง รัสเซีย เป็นฝ่ายลำพองใจ

เพราะ คาเลริน นั้นปล้ำมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ผ่านศึกมากมายเกือบ 300 ไฟต์ และอย่างที่ได้กล่าวไว้ การไม่เคยแพ้ใครทำให้หลายคนนึกภาพไม่ออกว่าเขาจะแพ้ให้กับ รูลอน การ์ดเนอร์ อดีตพนักงานรีดนมจาก สตาร์วัลเลย์ ได้อย่างไร แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว รูลอน การ์ดเนอร์ เปลี่ยนนิยามการสู้ใหม่

การที่เขาเคยบอกว่าไม่มีใครมีหวังเอาชนะ คาเลริน ได้ถูกลืมไปชั่วขณะ นำไปสู่การมโนภาพแห่งชัยชนะขึ้นมาเพื่อเป็นการปลุกใจตัวเองไม่ให้แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง “จำคำผมไว้.. คำว่าไม่มีโอกาสมันไม่มีในโลก คุณต้องลงไปสู้ด้วยความคิดที่ว่าคุณจะเป็นผู้ชนะ แม้ความจริงมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น

อย่างนั้นก็ตาม” นั่นคือสภาพจิตใจของ รูลอน ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งได้อย่างชัดเจน และเขาคิดว่าจะไม่ใช่หมูให้ใครเคี้ยวได้ง่าย ๆ บทสัมภาษณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยภายหลังจากไฟต์นั้น เขาปล่อยหัวสมองตัวเองให้โล่ง โยนความกดดันทุกอย่างทิ้ง เลิกกลัวแพ้ และบอกตัวเองว่า

“มาไกลแค่นี้ก็สุด ๆ แล้ว” จากนั้นเหลือแค่ออกไปสู้ให้เต็มที่ เตรียมตัวให้ดีที่สุด เพื่อรอดูว่าจริงหรือที่คำตนเองเคยพูดไว้ว่า “คำว่าไม่มีโอกาสมันไม่มีในโลก” ไม่ใช่ประโยคหลอกตัวเองเท่านั้น”

“ตอนนั้นคุณมีราคาต่อรองที่ 2,000-1 (เห็นภาพง่าย ๆ คือ แทง รูลอน ชนะ 1 บาทได้เงิน 2,000 บาท) คุณคิดจริง ๆ หรือว่าคุณจะเอาชนะเขาได้” นักข่าวถามเขา “แปลกดี บางทีผมก็คุยกับตัวเองแล้วบอกว่า เอาวะอย่างน้อยเหรียญเงินก็อยู่ในมือแล้วนะ ผมรู้ หลายคนไม่คิดว่าผมจะเป็นฝ่าย

UFABETWINS

เอาชนะได้หรอก แต่สุดท้ายผมก็ทำในแบบที่ผมคิด ผมจะลองลงไปสู้ดู ผมจะเดินลงสังเวียนในแบบของหมาจนตรอกแล้วบอกกับทุกคนว่า คอยดูเลยใครที่บอกว่าข้าจะไม่ชนะ ถ่างตาดูให้ดี ๆ เดี๋ยวพี่จะโชว์ให้ดู” นี่คือวิธีการสร้างความกล้าให้กับตัวเองในฉบับของเขา ขณะที่ คาเรลิน

เดินลงสู่สังเวียนนัดชิงเหรียญทองด้วยความเชื่อเดิม ๆ แบบทุกครั้ง เหมือนกับที่เขาเคยทำมาได้เป็นร้อย ๆ ชัยชนะ “มันเป็นเรื่องจริง ผมเห็นความกลัวในสายตาของคู่แข่งของผมทุกคน และผมจะทำให้พวกเขาได้เห็นความกลัวที่แท้จริงเอง” ทางตรงไม่ไหวให้ไปทางอ้อม แน่นอนการสู้ไม่ได้นำ

มาสู่การวางแผนอย่างหนักเพื่อทดแทนส่วนที่เป็นรอง รูลอน ที่เคยโดนเดี่ยวมือ 2 จาก รัสเซีย (รองจาก คาเรลิน) ซูเพล็กซ์ 3 ครั้งตั้งแต่ยกแรกมาแล้วในอดีต เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งเก่า เขารู้ว่าต้องถ่วงเวลาให้ได้ อย่าให้โดนล็อกหรือรวบเอวตั้งแต่ยกแรกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแพ้ 100%

“ผมต้องหาทางเตะถ่วงเขาเอาไว้ 1 เดือนก่อนโอลิมปิกผมเคยเจอนักมวยปล้ำเบอร์ 2 ของรัสเซียและแพ้เพราะโดนจับภายใน 13 วินาที ผมจะต้องดึงเวลาเอาไว้และไปจัดการกับเขาในช่วงท้าย ๆ นั่นคือแผน” สัญญาณยกแรกดังขึ้น รูลอน ไม่ได้เปิดเกมแลกแบบที่ใครคาดคิด แผนของเขาคือการ

ทิ้งตัวนอนลงกับพื้น ทำให้ คาเรลิน เข้าล็อกเอวและดึงเขาขึ้นมาซูเพล็กซ์ไม่ได้ ครั้นจะให้ใช้ศิลปะการต่อสู้ก็ยากอีก เพราะตัวของ รูลอน ที่ติดพื้น ทำให้ คาเรลิน ก้มตัวลงมาอัดได้ไม่ถนัด หนำซ้ำหากพลาดนิดเดียวอาจจะเสียท่าโดนกดได้อีก ยกแรกแบบคนปอดแหกของ รูลอน นำมาซึ่งความ

หัวร้อนของ คาเรลิน อย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ได้แต้มจาก รูลอน เลยแม้แต่คะแนนเดียว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องผิดปกติของนักมวยปล้ำที่อัดคนอื่นเป็นของง่ายอย่างเขา นั่นคือสิ่งที่ รูลอน หวังให้มันเกิดขึ้น คาเรลิน จะเสียสมาธิเพราะความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นจากยกแรก ยกที่ 2 รูลอน ยืนสู้และยืนแลกกัน

ล็อกกับ คาเรลิน แต่กลายเป็นเจ้าหมีขาวเสียสมาธิ คลายล็อกเสียเฉย ๆ จนผิดกติกาและโดนปรับ 1 แต้ม ทำให้ รูลอน เป็นคนแรกในโอลิมปิกครั้งนี้ที่ได้แต้มจาก คาเรลิน และแต้มนี้มากับกึ๋นล้วน ๆ เพราะเนื่องจากหลังจบ 2 ยก แต้มอยู่ที่ 1-0 จึงต้องมีช่วงต่อเวลาพิเศษตัดสินผู้ชนะให้รู้ขาด

คราวนี้ รูลอน กลับมาเล่นแท็คติกเดิมจากยกแรก นั่นคือการนอนคว่ำหน้ากับพื้นจนหมดเวลา และ คาเรลิน ไม่สามารถแก้ไม้ตายนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คู่แข่งมาทำแบบนี้กับเขา แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาแก้ทางมวยแท็คติกแบบนี้ไม่ได้ แน่นอนว่าการนอนราบกับพื้นใครก็ทำได้ แต่การนอนราบ

กับพื้นจนเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกทำอะไรไม่ได้นั้น ไม่ใช่โชคและแท็คติกอย่างเดียวเท่านั้น มันต้องเกิดจากการฝึกฝนจนใช้มันได้อย่างชำนาญอีกด้วย หมดช่วงต่อเวลาพิเศษไปแบบม้วนเดียวจบ รูลอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้กับ สหรัฐอเมริกา ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาร่วม 16 ปี

โดยที่การชนะของเขานั้นไม่ได้มีการใช้ทักษะการจู่โจมเลย … นอนกับพื้น, ได้แต้มจากการที่คู่แข่งผิดกติกา และ กลับมานอนราบกับพื้นอีกครั้งจนหมดเวลา แม้ในมุมมองของแฟนชาวรัสเซียจะบอกว่านี่คือทักษะที่แสนจะตาขาว แต่ตราบใดที่มันไม่ผิดกติกา ทักษะตาขาวของ รูลอน ก็กลายเป็น

ชัยชนะที่ทำให้ คาเรลิน ที่ไม่เคยแพ้ใครมาถึง 13 ปี ต้องเสียเชิงไปแบบเจ็บใจ เพราะนั่นคือแมตช์สั่งลาในฐานะนักมวยปล้ำของเขาแล้ว ตลอดชีวิตการปล้ำไม่เคยมีรอยด่างพร้อย แต่มาเสียท่าเอาในไฟต์สุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องฟลุคและบังเอิญ อัตรา 2,000-1 แสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นของทั้ง

สองคนอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก หาก รูลอน ปะทะตรง ๆ เหมือนกับคู่แข่งคนอื่น ๆ ของ คาเรลิน ชะตากรรมของเขาคงไม่ต่างกับอีกร้อยกว่าคนที่โดนหมีรัสเซียเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจนเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว นี่คือชัยชนะในแบบของคนที่รู้จักสิ่งที่ตัวเองมี ซ้อมในสิ่งที่ตรงกับแผนที่วางไว้ และสุดท้ายคือ

การไม่ถอดใจขาสั่นตั้งแต่การประกบคู่ “จำคำผมไว้.. คำว่าไม่มีโอกาสมันไม่มีในโลก” แม้คำนี้จะมีจุดเริ่มต้นมาจากการหลอกความคิดของตัวเองว่าสู้ได้ แต่สุดท้ายแล้วมันคือคำที่จุดประกายความหวังเล็ก ๆ จากโอกาสชนะ 0% กลายเป็น 0.1% ถึงแม้ใครจะมองว่าน้อยจนไม่น่าเสียเวลาคิด

แต่ใครจะไปรู้ 0.1% อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ อย่างไรเสียมันคือความหวังที่ทำให้ รูลอน รู้ว่าเขาจะเดินสู่สังเวียนแห่งความเป็นไปไม่ได้นี้เพื่ออะไร “แค่คิดจะถอดใจก็เท่ากับแพ้ไปแล้ว” ประโยคคลาสสิคปลอบใจมวยรองยังใช้ได้เสมอไม่ว่ากับเรื่องใดก็ตาม ถ้าคุณกำลังจะยอมแพ้กับอะไรสักอย่าง

ลองพยายามดูใหม่อีกสักครั้ง หากไม่รู้จะพยายามอะไร ก็ลองพยายามหลอกความคิดของตัวเองว่าสู้ได้สู้ไหม เหมือนกับ รูลอน การ์ดเนอร์ ก็ยังดี.. จุดเปลี่ยนแห่งชัยชนะอาจจะมาเยือนคุณบ้างในอีกไม่นานก็เป็นได้

คลิ๊กเลย >>>UFABETWINS
อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS “SHOOT!” : มังงะที่ช่วยสะท้อนว่าทำไม “อินเตอร์ไฮ” จึงได้รับความนิยมยิ่งกว่าฟุตบอลเจลีก?

UFABETWINS “โทชิ.. นายชอบฟุตบอลมั้ย?” ย้อนกลับไปเมื่อราว 20 ปีก่อน ท่ามกลางกระแสความโด่งดังของ “กัปตันสึบาสะ” มีมังงะฟุตบอลเรื่องหนึ่ง

ได้ขึ้นมาต่อกรกับผลงานของอาจารย์ โยอิจิ ทาคาฮาชิ ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ชื่อของมันคือ Shoot! ผลงานจากปลายปากกาของอาจารย์ สึคาสะ โอชิมะ ที่โลดแล่นอยู่บนแผงหนังสืออยู่นานนับสิบปี และมียอดขายกว่า 40 ล้านเล่ม สิ่งสำคัญของมังงะเรื่องนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อ่านได้ลุ้นไปกับเนื้อ

เรื่องแล้ว มันยังถ่ายทอดความสนุกของ “ฟุตบอลอินเตอร์ไฮ” หรือฟุตบอลมัธยมปลายได้อย่างน่าติดตาม พบกับเรื่องราวของ Shoot! และคำตอบที่ว่าทำไมฟุตบอลสมัครเล่นของเด็กมัธยมปลาย จึงได้รับความสนใจมากกว่าฟุตบอลอาชีพ อินเตอร์ไฮคือ? หาก “มุ่งสู่โคชิเอ็ง”

คือสิ่งที่มักพบเห็นในมังงะเบสบอล “อินเตอร์ไฮ” ก็น่าจะเป็นคำที่คล้ายกันในการ์ตูนฟุตบอล เพราะมันคือหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อันที่จริง อินเตอร์ไฮ คือการแข่งขันกีฬาระดับมัธยมระดับประเทศญี่ปุ่น ที่มักจัดขึ้นในช่วงหน้าร้อน ซึ่งไม่ได้มีเพียงฟุตบอล

เท่านั้น แต่ยังมีกีฬาชนิดอื่นมากมาย ทั้งบาสเกตบอล วอลเลย์บอล แฮนด์บอล อย่างไรก็ดี สำหรับในเรื่อง Shoot! ดูเหมือนคำว่า “ฟุตบอลอินเตอร์ไฮ” จะหมายรวมถึงการแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่นประจำฤดูหนาว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เซนชูเคน” โดยในการ์ตูนใช้ชื่อ

การแข่งขันนี้ว่า “อินเตอร์ไฮฤดูหนาว” แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งสองรายการก็ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยเฉพาะศึกชิงแชมป์ฤดูหนาวที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากแฟนบอล ในระดับที่มากกว่าการแข่งขันระดับอาชีพเสียอีก แฟนการ์ตูนอาจจะคุ้นตา

กับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของโรงเรียนคาเคงาวะ ที่มีผู้ชมเข้ามากันจนเต็มความจุของสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ต่างกัน เมื่อ โอลิมปิก สเตเดียม กรุงโตเกียว (หรือ ไซตามะ สเตเดียม ในช่วงที่ โอลิมปิก สเตเดียม ปิดปรับปรุง) มีโอกาสต้อนรับผู้คนในระดับครึ่งแสนในนัดชิงชนะ

เลิศเป็นประจำทุกปี อย่างการแข่งขันครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 มีผู้ชมจำนวน 56,025 คน เข้าไปเป็นสักขีพยานในเกมนัดชิงชนะเลิศระหว่าง อาโอโมริ ยามาดะ และ ชิสุโอกะ กัคคุเอ็ง ที่ถือเป็นยอดผู้ชมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ เทียบให้เห็นภาพกับการแข่งขันเจลีกในปีเดียวกัน

แม้ว่าพวกเขาจะมีแฟนบอลเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ยอดผู้ชมเฉลี่ยในลีกยังอยู่ในระดับ 20,000 คนเท่านั้น ในขณะที่ อุราวะ เรดส์ เจ้าของ ไซตามะ สเตเดียม ยังมียอดผู้ชมสูงสุดในฤดูกาลดังกล่าวอยู่ที่ 54,599 คน ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขในนัดชิงของศึกชิงแชมป์ฤดูหนาวอยู่ราว 1,400 คน หรือการแข่งขัน

UFABETWINS

นัดชิงชนะเลิศถ้วยจักรพรรดิ เอ็มเพอเรอร์ส คัพ ที่สนามเดียวกันเมื่อปี 2018 ระหว่าง อุราวะ เรดส์ กับ เวกัลตะ เซนได มีผู้คนเข้ามาชมเกมราว 50,978 คน แม้จะเป็นตัวเลขไม่น้อย แต่ก็ยังตามหลัง ตัวเลขในนัดชิงของศึกชิงแชมป์ฤดูหนาวอยู่หลายพันคน อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มันได้รับความนิยม

ขนาดนี้? การต่อสู้ที่ดุเดือด ศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว เป็นการแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ที่นับร้อยปี หลังจากเริ่มแข่งครั้งแรกในปี 1917 (อินเตอร์ไฮ เริ่มแข่ง 1963) ทำให้มันเป็นการแข่งขันที่ผูกพันกับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน แต่นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้การแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ฮ็อตฮิตติดตลาด

เพราะสิ่งที่ทำให้รายการนี้มีเสน่ห์น่าติดตามคือระบบการแข่งขันที่โหดหิน สำหรับ “เซนชูเคน” จะมีเพียงแชมป์ของจังหวัดเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ไปเล่นในรอบสุดท้าย รวมทั้งสิ้น 48 ทีม โดยมีเพียงโตเกียวจังหวัดเดียวเท่านั้นที่ได้สิทธิ์ 2 ทีม เนื่องจากแบ่งเป็นเขตตะวันตกและตะวันออก ในขณะที่

อินเตอร์ไฮ อาจจะเป็นการแข่งขันที่ผ่อนปรนกว่า เพราะสามารถมีทีมเข้าร่วมได้สูงสุดถึง 55 ทีม (บางจังหวัดที่เป็นจังหวัดใหญ่ ๆ อย่าง ฮอกไกโด โตเกียว หรือ โอซากา ได้โควต้าจังหวัดละ 2 ทีม) แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับทีมที่เข้าร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชิสุโอกะ

ดินแดนที่ได้ชื่อว่าอาณาจักรฟุตบอล ทำให้การแข่งขันดุเดือดมากกว่าจังหวัดอื่น เพราะพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยทีมสุดแกร่งเกือบทั้งจังหวัด จนถึงขนาดเคยมีคำกล่าวที่ว่า “พิชิตชิสุโอกะ ยากกว่าการคว้าแชมป์ระดับประเทศ” เห็นได้ชัดในการ์ตูนเรื่อง Shoot! ที่แม้ว่าโรงเรียนคาเคงาวะ จะคว้า

แชมป์ระดับชาติมาแล้ว แต่พวกเขาก็ยังต้องเหนื่อยทุกครั้งในการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยเฉพาะการพบกับ ฟุจิตะ ฮิงาชิ คู่ปรับตลอดกาล “โรงเรียนคู่แข่งมักจะมีดาวดังระดับประเทศเสมอ มันจึงเป็นกำแพงที่หนามาก” มาซาฮารุ ซูซูกิ อดีตผู้เล่น โยโกฮามา เอฟ มารินอส และ นาโงยา แกรมปัส

ที่เคยเป็นศิษย์เก่า ชิสุโอกะ กัคคุเอ็น ย้อนความหลังกับ Sportiva “ชิสุโอกะ กัคคุเอ็น ก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งหากอยู่ในจังหวัดอื่น เพราะว่าเราไม่เคยแพ้ทีมไหน (นอกจังหวัด) ผมคิดว่ามันคงจะดีหากจังหวัดชิสุโอกะได้โควต้า 3 ทีมในการแข่งขันทั่วประเทศ” นอกจากนี้ด้วยระบบการแข่งขันแบบ

น็อคเอาต์ แพ้คัดออกในรอบสุดท้าย ที่ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เก่าหรือแข็งแกร่งมาจากไหน แต่หากพลาดท่า ก็มีอันต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ทำให้มันเป็นการแข่งขันที่มีการเดิมพันที่สูงมาก และทำให้ผู้ชมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ชม บวกกับความที่มันเป็นกีฬาสมัครเล่น จึงทำให้เหล่านักกีฬาต่าง

ต่อสู้กันด้วยจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ โดยไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องเหมือนกับกีฬาอาชีพ ที่เรามักจะเห็นผู้เล่นต่างทุ่มเทราวกับว่ามันคือนัดสุดท้ายในชีวิต ซึ่งถือเป็นการต่อสู้ในอุดมคติของชาวญี่ปุ่น และที่สำคัญคือรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันในระดับมัธยมปลาย ซึ่งเป็นช่วงชีวิตท้าย ๆ ของการ

เป็นวัยรุ่น ก่อนที่จะออกไปเจอสังคมที่แท้จริง จึงทำให้คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับการต่อสู้ของพวกเขา อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้รายการนี้น่าติดตาม แหล่งบ่มเพาะนักเตะฝีเท้าดี แม้ว่าการถือกำเนิดขึ้นของเจลีก จะทำให้นักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมาย พาเหรดกันไปอยู่ภายใต้

ระบบสโมสร แต่ฟุตบอลมัธยมปลาย ก็ยังได้รับการยกย่องในฐานะแหล่งปลุกปั้นนักเตะฝีเท้าดีสู่ทีมชาติมาโดยตลอด ชุนซุเกะ นาคามูระ ตำนาน โยโกฮามา เอฟ.มารินอส, เคซุเกะ ฮอนดะ อดีตกองกลางทีมชาติญี่ปุ่น, อัตสึโตะ อุจิดะ แบ็คซ้ายหน้าหล่อของ คาชิมา อันเลอร์ส หรือ

มาโคโตะ ฮาเซเบะ อดีตกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น คือตัวอย่างชั้นดี เพราะแม้ว่าระบบสโมสร จะมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์สำหรับนักเตะในช่วงชั้น ม.ปลาย ทั้งเครื่องมือการซ้อมที่ครบครัน สนามหญ้าที่เขียวขจี (โรงเรียนส่วนใหญ่ใช้สนามดิน) หรือการได้รับคำแนะนำจากโค้ชมืออาชีพ แต่มันกลับ

กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้นักเตะเฉื่อยเกินไป นั่นเป็นเพราะพวกเขาเป็นเหมือนนักเตะจากโรงงาน ที่ผ่านการเทรนอย่างมีระบบ ที่พอกลายเป็นนักเตะอาชีพแล้วไม่มีความโดดเด่น หรือแตกต่างจากนักเตะทั่วไป ตรงกันข้ามกับนักเตะที่เติบโตมาจากระบบของชมรมฟุตบอลในโรงเรียน

ที่ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่สิ่งนี้กลับเป็นแรงผลักดันที่ทำให้พวกเขาพยายามขัดเกลาฝีเท้าของตัวเองอยู่เสมอ “ต้องขอบคุณชีวิตสมัยมัธยมปลายที่ต้อนผมจนจนมุม และทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น” โยชิโตะ โอคุโบะ อดีตกองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นชุดฟุตบอลโลก 2 สมัย และดาวยิง

สูงสุดตลอดกาลเจลีก ที่สร้างชื่อจากโรงเรียนคุนิมิกล่าว นอกจากนี้ จากการที่นักเตะมัธยมปลายส่วนใหญ่ มีเป้าหมายในการผ่านเข้าไปเล่นใน “อินเตอร์ไฮ” (หรือศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว) ทำให้พวกเขาพยายามฝึกฝน เพื่อให้ฝีเท้าของพวกเขาสามารถต่อกรกับคู่แข่งระดับจังหวัดและระดับประเทศ

ตัวอย่างที่ชัดเจนใน Shoot! คือการที่ โทชิฮิโกะ ทานากะ ของคาเคงาวะ พยายามฝึกฝนท่าไม้ตายดริบเบิ้ลปีศาจ เพื่อเอาไปใช้ในรอบสุดท้าย หรือ ฮิโร อิโต ของโรงเรียนคุริฮามะ ที่พยายามขัดเกลาเท้าซ้ายให้แข็งแกร่ง เพื่อเป็นอาวุธไว้เล่นงานคู่แข่ง “สมัยมัธยมปลาย การฝึกซ้อมตอนหน้าร้อน

UFABETWINS

เข้มงวดมาก ผมวิ่งมากที่สุดในชีวิต มากจนรู้สึกว่าร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนวิ่งผมมักจะบ่นว่า ‘แบบนี้ไม่ไหวแน่’ พอครูเป่านกหวีดเริ่ม ก็เหมือนเปิดสวิตช์ และขยับไปเอง ด้วยเหตุนี้จึงวิ่งจนหมด” โอคุโบะกล่าวต่อ “สุดท้ายก็เกลี่ยพื้นสนามและตะโกน บันไซ ไปบนฟ้า ตอนนั้นมันสุดยอดมาก

มันจบแล้ว พอคิดว่าผมผ่านตรงนั้นมาได้ มันเลยทำให้ผมแข็งแกร่งไปเองตามธรรมชาติ” มันจึงทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้ มีอะไรน่าตื่นตาอยู่เสมอ และกลายเป็นการแข่งขันที่ผู้คนเฝ้ารอคอยว่า ปีนี้จะมีนักเตะคนใดที่สามารถแจ้งเกิดได้จากรายการนี้เหมือนอย่างที่รุ่นพี่เคยทำเอาไว้ ตัวแทนท้องถิ่น

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ด้วยระบบรอบคัดเลือกที่เอาแชมป์ของแต่ละจังหวัดเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลาย เป็นเหมือนเวทีที่ไว้ให้ทีมของแต่ละจังหวัดได้แสดงศักยภาพ ซึ่งหลายทีมต่างเป้าไว้ที่การคว้าแชมป์ โดยเฉพาะทีมจากจังหวัดชิสุโอกะ ที่แบกศักดิ์ศรี

ของ “อาณาจักรฟุตบอล” ไว้บนบ่า จึงไม่แปลกที่โรงเรียนคาเคงาวะ จะตั้งเป้าพิชิตทั่วประเทศ ตั้งแต่การผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก “ความแข็งแกร่งของโรงเรียนมัธยมปลายของเมืองชิมิสุ (เมืองในจังหวัดชิสุโอกะ) มาจากการฝึกฝนและลับฝีเท้ามาตั้งแต่ประถม”

คัตสึมิ โอเอโนกิ อดีตนักเตะและผู้จัดการทีม ชิมิสุ เอสพัลส์ ที่เคยคว้าแชมป์ฤดูหนาวกับ ชิมิสุ ฮิงาชิ เมื่อปี 1983 ระบุ “จากตอนนั้นทำให้เกิดการซึมซับ และยึดมั่นว่าชัยชนะคือเป้าหมายสูงสุด แม้เป็นการแข่งขันระดับชาติ ก็ต้องคว้าแชมป์เท่านั้น ตัวผมเองก็ยังเคยมีประสบการณ์คว้าแชมป์ระดับ

ประเทศตอนสมัยประถม” “เพราะว่ามีพื้นฐานมาจากเรื่องนี้ ทำให้แม้แต่ตอนขึ้นมัธยมปลาย ผู้เล่นต่างคิดถึงแต่การคว้าแชมป์ระดับประเทศด้วยกันทั้งนั้น” ในขณะเดียวกันการแข่งขันฟุตบอลมัธยมปลาย ยังเป็นรายการที่เป็นเหมือนเครื่องมือในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในความภาคภูมิใจใน

ท้องถิ่น ในระดับเดียวกับโคชิเอ็ง หรือการแข่งขันเบสบอลชิงแชมป์มัธยมปลาย เพราะนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้คนจากส่วนภูมิภาคจำนวนมากอพยพเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะโตเกียวและจังหวัดรอบเมืองโตเกียว (ไซตามะ คานางาวะ อิบารากิ) และด้วยการแข่งขัน

ฟุตบอลมัธยมปลาย ที่แข่งขันในบริเวณนี้ มันจึงทำหน้าที่เสมือนพื้นที่ที่ทำให้คนจากต่างจังหวัด ได้มีโอกาสแสดงออกถึงแรงสนับสนุนต่อตัวแทนของท้องถิ่นพวกเขา นอกจากนี้ ด้วยความที่หลายจังหวัดยังไม่มีสโมสรอาชีพที่เล่นอยู่ใน เจ 1 หรือแม้แต่ เจ 2 ทีมโรงเรียนของพวกเขาจึงเป็น

เหมือนตัวแทนของจังหวัดในการประกาศศักดาระดับประเทศ นั่นจึงทำให้บางครั้ง หากมีทีมจากต่างจังหวัดสามารถขึ้นไปคว้าแชมป์ระดับชาติ หรือคว้าแชมป์เป็นครั้งแรก พวกเขาจึงมักได้รับการต้อนรับอบอุ่นจากคนในท้องถิ่น คล้ายกับตอนที่ โรงเรียนคาเคงาวะ คว้าแชมป์สมัยแรกใน

ประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติมัธยมปลาย โดยเฉพาะศึกชิงแชมป์ฤดูหนาว ยังเป็นการแข่งขันที่ผู้คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ต่อเนื่องมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ จากการเก็บข้อมูลย้อนหลัง พบว่ารายการนี้ถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่มีผู้ชมในนัดชิงฯ มากที่สุดเป็น

ลำดับต้น ๆ ของประเทศ โดย 10 ปีหลังสุด พวกเขามีคนดูในนัดชิงดำต่ำกว่าระดับ 40,000 คน แค่เพียงสองครั้งเท่านั้น (2010 และ 2012) ในขณะเดียวกัน แม้ว่าญี่ปุ่นจะก่อตั้งลีกอาชีพในชื่อ เจลีก ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 1993 แต่เรื่องราวการต่อสู้ของเหล่านักเตะมัธยมปลาย ยังถูกนำมาเป็นวัตถุดิบใน

มังงะฟุตบอลอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ไอ้หนูแข้งทอง (WHISTLE!) หรือ สิงห์สนาม (The Knight in the Area) สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันมนต์ขลังของรายการนี้ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าฟุตบอลมัธยมปลายคือหนึ่งในวัฒนธรรมฟุตบอลที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวซามูไร ที่หาไม่ได้จากที่ไหนบนโลกใบนี้

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล

UFABETWINS ลับแข้งกลางสายฝน! ทีมชาติไทย อุ่นเครื่องพ่าย นครปฐม ยูไนเต็ด 0-1

UFABETWINS สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม ทีมชาติไทย ทำการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร พบกับ นครปฐม ยูไนเต็ด สโมสร ระดับ ไทยลีก 2

การแข่งขันนัดนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 30 นาที เพื่อเป็นการทดสอบนักเตะ โดย 11 ตัวจริง เกมนี้ อากิระ นิชิโนะ วาง พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล เป็นกัปตันทีมคุมเกมตรงกลาง ส่วนแดนหน้ามี เอกนิษฐ์ ปัญญา, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และ อาทิตย์ บุตรจินดา ส่วน นครปฐม ยูไนเต็ด ของ

ธงชัย สุขโกกี เกมนี้ มี 2 อดีตทีมชาติอย่าง ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ และ เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ รวมถึง ใช้นายทวารทีมชาติไทยชุดเยาวชน อย่าง นพพล ละครพล เฝ้าเสา เริ่มเกมมาแค่หกนาที ไทยมาได้ลุ้นก่อน จากลูกฟรีคิกที่สรวิทย์ พานทอง เปิดเข้าไปและบอลขลุกขลิกไป เข้าทาง

UFABETWINS

ศฤงคาร พรหมสุภะ ยิงไปตรงตัว นพพล ละครพล นาที 17 นครปฐม เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ได้หลุดเดี่ยวก่อนกดด้วยซ้าย ไปเข้ามือของ สรานนท์ อนุอินทร์ นาที 23 นครปฐม มาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ได้หลุดอีกครั้งทางฝั่งซ้าย

ก่อนปั่นด้วยขวาไปติดเซฟ สรานนท์ อนุอินทร์ หวุดหวิด นาที 27 ทีมชาติไทยมาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ชินภัทร์ ลีเอาะ ได้เก็บตกยิงด้วยซ้าย แต่ยังไปติดเซฟของ นพพล ละครพล นาที 29 ทีมชาติไทยเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะโต้กลับเร็วที่เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ เก็บได้ก่อนแตะหลบนพพล

ละครพล ก่อนยิงไกล แต่บอลหลุดกรอบออกไป และไม่มีจังหวะลุ้นจบ 30 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 ช่วงเวลาที่ 2 ช้างศึกเปลี่ยนยกชุด นำโดย อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีระพล เยาะเย้ย, กฤษดา กาแมน, วีระเทพ ป้อมพันธุ์, นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์, ปฏิวัติ คำไหม, ทิตาวีร์ อักษรศรี,

สุริยา สิงห์มุ้ย, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ โดยมีแค่สรวิทย์ พานทอง ที่ได้เล่นต่อ นาที 34 นครปฐม มาได้ลุ้นอีกครั้งจาก แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ได้ยิงด้วยซ้าย แต่บอลหลุดกรอบออกไป นาที 37 ทีมชาติไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ สุริยา สิงห์มุ้ย เปิดบอลให้ อดิศักดิ์ ไกรษร โหม่งหลุดเสาสอง

ออกไป นาที 39 ไทยมาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุม ที่นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ ได้เติมขึ้นมาสะกิดที่เสาแรก แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ นาที 43 นครปฐม เกือบมาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แนวรับทีมชาติไทยสกัดบอลกันไม่ดี และเป็นแฟร์ไรรา ดอส ซานโคส ยิงเดี่ยวๆไปติดเซฟ ปฏิวัติ คำไหม ออกหลัง

ไปแบบหวุดหวิด นาที 49 นครปฐม มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ณัฐพล วรสุทธิ์ ได้ยิงนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งไปชนเสาออกหลังไป นาที 50 ทีมชาติไทย น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะที่ แนวรับ นครปฐม สกัดมาเข้าทาง สรวิทย์ พานทอง แต่งเข้าซ้ายแล้วปั่น แต่ นพพล ละครพล

ยังบินปัดออกไปได้ ทีมชาติไทย เริ่มบุกหนักและนาที 55 ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ได้กดจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ไปติดบล็อคกระเด้งออกมาอีก นาที 59 นครปฐม มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส เก็บบอลได้ ก่อนปั่นด้วยขวา ติดเซฟ ปฏิวัติ คำไหม ก่อนที่ นุกูลกิจ ครุฑ

ใหญ่จะสกัดออกไปได้ และจบพีเรียดที่ 2 สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ 0-0 พีเรียดสุดท้าย นิชิโนะ ส่ง ศุภนันท์ บุรีรัตน์, กนกพล ปุษปาคม, จักพัน ไพรสุวรรณ และ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ขาดเพียงแค่กษิดิ์เดช เวทยาวงษ์ ที่ไม่สมบูรณ์และไม่ได้ลงสนามจาก 27 คน เพียงคนเดียว นาที 67 นครปฐม มาได้

ลุ้นจากจังหวะที่ จิรพันธ์ ผาสุขขันธ์ ได้แต่งเข้าขวาและยิงด้วยขวาแต่ไปตรงตัว พีระพงษ์ เรือนนินทร์ นาที 70 นครปฐม เปลี่ยนตัวบ้างด้วยการส่ง ธีรยุทธ งามละม้าย และ กฤษณะ นนทารักษ์ ลงสนาม นาที 72 ทีมชาติไทยมาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ จ่ายบอลให้

ภานุพงษ์ พลซา สอดมายิงด้วยซ้าย หลุดกรอบออกไป นาที 74 นครปฐม มาได้ลุ้นจากจังหวะที่ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ได้ยิงด้วยขวา ไปติดเซฟ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ เด้งมาเข้าทางณัฐพล วรสุทธิ์ซ้ำหลุดกรอบออกไป นาที 75 ไทยน่าได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ กฤษดา กาแมน เฉาะให้

UFABETWINS

ภานุพงษ์ พลซา โหม่งเข้าไป แต่ผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า แต่เมื่อดูจากภาพช้าเป็นจังหวะไม่ล้ำหน้า นาที 77 นครปฐม ได้ลุ้นเช่นกัน จากจังหวะที่ เลสลี อัลลอร์ห ได้หลุดเดี่ยวก่อนยิงด้วยขวาบอลไปเข้าข้างตาข่าย นาที 82 นครปฐม มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ เลสลี อัลลอร์ห ได้หลุด

เดี่ยวก่อนยิงเข้าไปให้ เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0 นาที 89 นครปฐมเกือบมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ยิงเข้าไปแต่มีจังหวะฟาวล์ก่อน และไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม นครปฐม ยูไนเต็ด เอาชนะ ทีมชาติไทย ไป 1-0 สำหรับทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมเก็บตัวอีกครั้ง ในช่วงฟีฟ่า

เดย์ เดือนพฤศจิกายน รายชื่อ 11 ตัวจริง ทีมชาติไทย – สรานนท์ อนุอินทร์, ชินภัทร์ ลีเอาะ, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, สรวิทย์ พานทอง, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, เอกนิษฐ์ ปัญญา, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, เควิน ดีรมรัมย์, นิติพงษ์ เสลานนท์, ศฤงคาร พรหมสุภะ, อาทิตย์ บุตรจินดา นครปฐม ยูไนเต็ด

– นพพล ละครพล, ปรัชญ์ สมัครราษฎร์, วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ, แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส, เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์, จิรพันธ์ ผาสุขขันธ์, เลสลี อัลลอร์ห, ณัฐพล วรสุทธิ์, นันทวัฒน์ กกฝ้าย, ณัฐนันท์ เบี้ยสัมฤทธิ์, ฮาเมด ลาติฟ บัคเตียรี

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS
อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล